ยามเที่ยงล่วงผ่าน หลังจ้าวเย่อหรันรับประทานอาหาร ดื่มโอสถ
เรียบร้อย กําลังจะเอนกายพักผ่อน หลงเอ๋อร์เดินเข้ามารายงานเสียงเบา
“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนูรองมาเจ้าค่ะ”
จ้าวเย่อเหริน….ในดวงตาของจ้าวเย่อหรัน วาบประกายบางอย่างแวบ
หนึ่ง เร็วดั่งสายฟ้า ก่อนจะกดมันลงลึกในใจ นางคลี่ยิ้มอ่อนโยน
“เชิญคุณหนูรองเข้ามาเร็ว”
ไม่นาน ร่างบางในอาภรณ์อ่อนละมุนก็ก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม ราวผี
เสื้อแตะแต้มกลีบดอกไม้
“พี่สาว ตอนนี้ดีขึ้นหรือยังเจ้าคะ?”
เสื้อแตะแต้มกลีบดอกไม้
“พี่สาว ตอนนี้ดีขึ้นหรือยังเจ้าคะ?”
จ้าวเย่อเหรินนั่งลงข้างเตียง กุมมือจ้าวเข่อหรันไว้แน่น เอ่ยถามด้วย น้ําเสียงอ่อนหวานไร้รอยพิรุธแม้แต่น้อย หากไม่ผ่านบทเรียนจากชาติภพ
ก่อน จ้าวเข่อหรันคงยังโง่งมเชื่อว่าน้องสาวผู้นี้ห่วงใยตนจริงใจ น่าเสียดาย…. นางมิใช่สตรีโง่งมคนนั้นอีกแล้ว หากห่วงใยจริง ไยต้องวางแผนให้นางตกลง
สระบัวเล่า?
“ข้าตีขึ้นมากแล้ว”
แม้ในใจเย็นชาราวเหมันต์ แต่สีหน้ากลับเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
“เย่อเหริน เจ้าดีกับพี่เหลือเกิน ยังมาเยี่ยมถึงที่
“พวกเราเป็นพี่น้องกันมิใช่หรือเจ้าคะ”
จ้าวเย่อเหรินยิ้มหวาน จ้าวเย่อหรันเหลือบมองนางแวบหนึ่งก่อนเอ่ย
อย่างเหมือนไม่ตั้งใจ
“จริงสิ เย่อเหริน…. เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าตกน้ําได้อย่างไร?”
ร่างของจ้าวเย่อเหรินชะงักไปชั่วครู่ แต่ก็คืนสู่ท่าทีปกติอย่างรวดเร็ว
“พี่สาวไยจึงถามเช่นนี้เล่า? ท่านก็เพียงลื่นตกสระ