บัวเท่านั้นเองเจ้า
ค่ะ”
“ไม่มีอะไรหรอก”
จ้าวเย่อหรันหัวเราะเบา ๆ
“ตอนนั้นในศาลามีแค่เราสองคน ข้าเลยนึกสงสัยขึ้นมาเท่านั้นเอง แต่ เจ้ามิต้องตื่นตระหนก ย้าย่อมเผลอตกเอง จะมีใครผลักข้าลงไปได้อย่างไร
เล่า”
เจ้ามิต้องตื่นตระหนก ข้าย่อมเผลอตกเอง จะมีใครผลักข้าลงไปได้อย่างไร
เล่า”
“ใช่…เจ้าค่ะ”
รอยยิ้มยองจ้าวเย่อเหรินแข็งเกร็งเพียงเสี้ยวลมหายใจ จ้าวเย่อหน มองเห็นทุกอย่างชัดเจน ทว่าเพียงยิ้มละมุนราวมิรู้สิ่งใด
“อ้อ เย่อเหริน พรุ่งนี้เป็นวันเกิดของท่านป้าหลินแล้ว” จู่ ๆ นางก็ เปลี่ยนเรื่อง
“ปีนี้ข้าคงไปร่วมงานมิได้ คงต้องให้ท่านแม่กับเจ้าไปกันสองคน ช่วย
บอกท่านป้าหลินแทนข้าด้วยนะ”
“ได้เจ้าค่ะ”
จ้าวเย่อเหรินตอบทันที ก่อนยิ้มบาง
E
“เสียดายแทนพี่สาวจริง ๆ หากไปพรุ่งนี้ คงได้พบชื่อจือด้วยแน่”
“ไม่เป็นไรหรอก”
ๆ
จ้าวเย่อหรัน ตอบอย่างอ่อนหวาน
“อย่างไรเสีย เราก็หมั้นหมายกันแล้ว โอกาสพบหน้ามีอีกมาก ครั้งนี้ ไม่ได้เจอ ก็ยังมีคราวหน้า”
ดวงตาของจ้าวเย่อเหรินวาบแสงริษยาและความชิงชังวูบหนึ่ง
“ก็จริงเจ้าค่ะ พวกท่านเป็นคู่หมั้นกัน ย่อมมีโอกาสพบกันอีกมาก”
“เย่อเหริน อย่าพูดเช่นนั้นสิ”
จ้าวเย่อหรันก้มหน้าด้วยท่าทีเขินอาย ทว่าในเงาที่อีกฝ่ายมองไม่
เห็น สีหน้าของนางกลับเย็นชาดั่งน้ําแข็ง เมื่อเห็นท่าทางเป็นอายเช่นนั้น หัว ใจของจ้าวเย่อเหรินก็เหมือนถูกไฟริษยาแผดเผา ทว่าบนใบหน้ายังคงเปี่ยม จ้าวเย่อหรันก้มหน้าด้ว