ยท่าทีเขินอาย ทว่าในเงาที่อีกฝ่ายมองไม่
เห็น สีหน้าของนางกลับเย็นชาดั่งน้ําแข็ง เมื่อเห็นท่าทางเขินอายเช่นนั้น หัว ใจของจ้าวเย่อเหรินก็เหมือนถูกไฟริษยาแผดเผา ทว่าบนใบหน้ายังคงเปี่ยม
ด้วยความอ่อนโยน
ด้วย”
“จริงสิพี่สาว นอกจากมาเยี่ยมแล้ว ข้ายังอยากขอยืมของบางอย่าง
“อ้อ ของสิ่งใดหรือ?”
ใบหน้าของจ้าวเย่อหรัน ยังคงอ่อนโยน แต่ในใจกลับหัวเราะเย็นชา
ในที่สุดก็อดใจไม่ใหวสินะ…
“ครั้งก่อน ข้าได้ขอยืมภาพ ภาพชุนเกอเหยียบหิมะ’ จากท่านพี่ไว้ มิ
ทราบว่าท่านยังจําได้หรือไม่เจ้าคะ”
จ้าวเย่อเหรินยิ้ม
จ้าวเย่อเหรินยิ้ม
“ข้าลองคัดลอกไว้หนึ่งภาพ บัดนี้อยากนําต้นฉบับมาเทียบดู ว่าคล้าย
เพียงใด จะได้แก้ไขให้เหมาะสม”
“ได้สิ”
จ้าวเย่อหรัน เอ่ยเรียบ ๆ
“หลงเอ๋อร์ ไปนําภาพ ภาพฮุนเกอเหยียบหิมะ’ มาให้คุณหนูรอง
หลงเอ๋อร์รับคําแล้วรีบไปยังคลังเก็บของ
“ว่าแต่ เหตุใดเล่าถึงคิดจะเทียบภาพกะทันหัน?”
จ้าวเข่อหรัน ถามด้วยท่าที่ใคร่รู้
“พรุ่งนี้เป็นวันเกิดท่านป้าหลินมิใช่หรือเจ้าคะ” จ้าวเย่อเหรินอธิบาย
“ข้าคิดไปคิดมา ของขวัญใดก็ไม่สําคัญเท่าความตั้งใจ จึงอยากมอบ ภาพที่ข้าคัดลอกให้ท่านป้า แต่เกรงว่ามีจุดผิดพลาด จึงอยากเทียบดูสัก
หน่อย”
“อย่างนั้นเองหรือ”
จ้าวเข่อหรัน พยักหน้าเบา ๆ เอ่ยชมด้วยรอยยิ้มงดงาม
“น้องสาวช่างใส่ใจนัก”
คําชมอ่อนหวานดุจสายลมฤดูใบไม้ผลิ ทว่าใต้ความละมุนนั้น กลับ
ช้อนคลื่นลิกที่กําลังคุกรุ่นอย่างเงียบงั