“คุณหนู… คุณหนูเจ้าคะ…”
เมื่อเห็นจ้าวเข่อหรันนิ่งเงียบไปนาน แม่นมเยว่จึงเรียกนางช้ําหลาย
ครั้ง
AI “หม…
มีอะไรหรือ แม่นมเยว่?”
จ้าวเย่อหรันสะดุ้งเล็กน้อย ราวกับเพิ่งตึงสติกลับจากห้วงความคิด
อันไกลลิบ
“คุณหนูไม่เป็นไรแน่นะเจ้าคะ?”
แม่นมเยว่เอื้อมมือแตะหน้าผากนางอย่างห่วงใย
“บ่าวรู้ลึกว่าตั้งแต่คุณหนูฟันขึ้นมา ท่านดูเหม่อลอยราวกับวิญญาณ
ยังไม่กลับคืนกาย”
“ข้าไม่เป็นไร”
จ้าวเย่อหรันยิ้มบาง ๆ ก่อนจะถามเสียงเรียบ
ส
“ช่วงที่ข้าสลบไป มีใครมาเยี่ยมบ้างหรือไม่?”
“ฮูหยินกับคุณหนูรองมาเยี่ยมหลายครั้งเจ้าค่ะ” แม่นมเยว่นึกขึ้นได้ฉับพลัน ๑
“อ้อ จริงสิ! ยังไม่ได้แจ้งฮูหยินเลยว่าท่านฟื้นแล้ว นางกําชับไว้ว่าพอ คุณหนูลืมตา ต้องรีบไปบอกทันที บ่าวดีใจจนลืมคําสั่งเสียของนางเสียสนิท”
กล่าวจบ นางหันไปสั่งทันที
“หลงเอ๋อร์ รีบไปบอกฮูหยินกับคุณหนูรองว่าคุณหนูใหญ่ฟื้นแล้ว”
“เจ้าค่ะ!” (…)
หลงเอ๋อร์รีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว จ้าวเย่อหรันมองเงาร่างที่ลับสาย
ตา พลางยกยิ้มบางคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
เจ้าคะ”
“เช่นนั้นหรือ… ดูท่านแม่กับน้องหญิงจะห่วงใยข้ามากทีเดียว”
“แน่นอนอยู่แล้วเจ้าค่ะ!” แม่นมเยว่หัวเราะเบา ๆ
“ฮูหยินคือมารดาแท้ ๆ และน้องสาวสายเลือดเดียวกันของคุณหนูนะ
มารดาแท้ ๆ … น้องสาวสายเลือดเดียวกัน….มุมปากของจ้าวเย่อหรัน กระตุกเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่เย็นเฉียบ ชาติที่แล้ว นางก็เคยเชื่อเช่นนั้น ผล ลัพธ์เล่า? น้องสาว