นียงเป็นคนดี นางห่วงใยท่านจริง ๆ บ่าวรู้ ว่าฮูหยินไม่ชอบให้ท่านไปมาหาสู่กับนางหรือคุณชายเฟิง แต่บ่าวคิดว่าพวก
เยามิใช่คนเลว” …
“ซุนอี๋เหนียงหรือ…”
หัวใจของจ้าวเข่อหรันพลันปั่นป่วน ชาติที่แล้ว ในวันที่ผู้คนทั้งจวน รุมประณามนาง มีเพียงชุนอี้เหนียงกับเฟิงเอ๋อร์เท่านั้นที่ยืนหยัดแก้ต่าง แทน แม้ท้ายที่สุดนางจะไม่อาจรอดพ้นความตาย แต่ในห้วงวินาทีสุดท้าย นางยังสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นบางเบาจากสองคนนั้น แต่เหตุใด… เหตุใด พวกเขาจึงดีกับนางถึงเพียงนี้? คําถามนั้นติดค้างอยู่ในใจเสมอ (
“แม่นมเยว่ เช่นนั้นก็ส่งคนไปแจ้งซุนอี้เหนียงเถิด”
จ้าวเข่อหรันเอ่ยพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน
“บอกนางด้วยว่า หากข้าหายดีขึ้นอีกสักหน่อย จะเชิญมาพูดคุยกัน
“คุณหนู!”
แม่นมเยว่เบิกตากว้าง นี่เป็นครั้งแรกที่คุณหนูใหญ่ยินดีจะพบอนุ
ยองนายท่านโดยสมัครใจ
“ทําตามที่ข้าสั่งก็พอ”
“เจ้าค่ะ…. ถ้าเช่นนั้นบ่าวจะไปจัดการเดี๋ยวนี้ คุณหนูพักผ่อนก่อนเถิด”
หลังจัดแจงให้นางเอนกาย แม่นมเยว่จึงออกไปสั่งการ เมื่อห้องเงียบ สงัด จ้าวเข่อหรันลืมตาขึ้นอีกครั้ง ในดวงตาฉายแววลึกซึ้งและซับซ้อน จ้าวเข่อหรันผู้โง่เขลาในชาติที่แล้ว… ตายไปแล้ว ผู้ที่มีชีวิตอยู่ในตอนนี้ จะไม่ มีวันเดินซ้ํารอยเดิมอีก นางให้คํามั่นกับตนเองอย่างแน่วแน่
ในเมื่อจ้าวเย่อเหรินไม่ต้องการให้นางไปงานเลี้ยงอายุยืน เช่นนั้นนาง
ก็จะ “สนองใจ” เสียหน่อย งานเลี้ยงใกล้เข้ามาเต็มที่…หากคํานวณ