รมมม!
เมื่อเสียงการต่อสู้อันดุเดือดดังขึ้น ส่วนมู่เฉียนซีก็ให้อู๋ตี้ เสี่ยวหง และเสี่ยวโม่โม่เข้าร่วมการต่อสู้ในครั้งนี้ด้วยเช่นเดียวกัน
แต่ทว่าเยาเยี่ยและเฉี่ยซื่อให้อยู่รอจังหวะบุกโจมตี เพราะพวกเขาคือไพ่ตายสองใบสุดท้ายของกลุ่มนี้
ปัง ปัง ปัง!
หลังจากที่เข้าปะทะกันหลายครั้ง คนของอีกฝ่ายก็ล้มลงไปมากมายแล้ว แต่พวกเขาก็ยังสามารถทะลวงการล้อมโจมตีด้วยอาวุธลับและยาพิษออกมาได้อยู่ดี
ชายที่มีใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นราวกับตะขาบกวาดตามองไปที่พวกเขาอย่างบึ้งตึงพลางกล่าวว่า “พวกเจ้าเป็นคนของเมืองไหนกันแน่? จงบอกชื่อมาซะ รอให้ข้าออกไปจากที่นี่ได้เมื่อไร ข้าจะไปสังหารหมู่ทุกคนที่อยู่ในเมืองของพวกเจ้าซะ และจะไม่ให้เหลือรอดเลยแม้แต่คนเดียว!”
ร่างสีม่วงพุ่งทะยานออกมา และมู่เฉียนซีก็กล่าวอย่างเย็นชาว่า “เจ้าคิดว่าตนเองเป็นใครกัน? ถึงได้กล้าพูดจาโอหังอย่างการคิดจะไปสังหารหมู่ที่เมืองหนามโลหิตของข้า ฝันไปซะเถอะ ะ!”
“โอ้ ที่แท้ก็ชื่อว่าเมืองหนามโลหิตนี่เอง ข้าจะรีบไปที่เมืองนั้นโดยเร็วที่สุด และเริ่