“คุณหนู ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่เจ้าคะ?”
แม่นมเยว่ตกใจหน้าถอดสี
“อย่าทําให้บ่าวตกใจสิเจ้าคะ ท่านเพิ่งผ่านวันเกิดอายุสิบสามมา
ได้ไม่นานเอง ลืมแล้วหรือเจ้าคะ?”
สิบสามปี! แม้ใบหน้าของจ้าวเข่อหรันจะยังสงบนิ่ง ทว่าภายในใจ กลับโหมกระหน่ําดั่งคลื่นพายุ นางจําได้ชัดเจนว่าไม่นานมานี้ตนเพิ่ง ฉลองวันเกิดครบสิบเจ็ดปี เหตุใดบัดนี้จึงกลับกลายเป็นเด็กสาววัยสิบ สาม? อีกทั้งแม่นมเยว่… คนที่ควรจากนางไปก่อนในชาติที่แล้ว กลับยัง ยืนอยู่ตรงหน้า ทั้งตนเองก็มิได้ตาย เช่นนั้นหรือว่า… นางได้หวนคืนมา
เกิดใหม่?
จ้าวเข่อหรันมองเงาสะท้อนในกระจก ใบหน้าละอ่อน ดวงตายัง
ไม่คลายความไร้เดียงสา โครงหน้าที่ยังไม่ผลิบาน ทุกสิ่งล้วนยืนยันว่า นางมิใช่หญิงสาววัยสิบเจ็ดอีกต่อไป หากเป็นเพียงเด็กหญิงสิบสามปี
หรือสวรรค์จะได้ยินคําอธิษฐานก่อนสิ้นลมหายใจของนาง จึงเมตตา ประทานโอกาสให้เริ่มต้นใหม่อีกครา? ครั้นคิดดังนั้น น้ําตาก็เอ่อคลอ
อย่างมิอาจยับยั้ง
“แม่นมเยว่… แม่นมเยว่…”
จ้าวเข่อหรันโผเข้าสวมกอดหญิงชราแล้วปล่อยโฮ เสียงสะอื้นรา วจะระบายความทุกข์ ความคับแค้น และความชิงชังที่สั่งสมมาตลอด ชาติภพก่อนหน้าให้ไหลออกมาพร้อมหยาด ตา
“ดีแล้วเจ้าค่ะคุณหนู หากอึดอัดสิ่งใดก็พูดออกมา อย่าเก็บไว้ใน ใจ” แม่นมเยว่ลูบแผ่นหลังนางอย่างอ่อนโยน
“เพิ่งจะฟื้นไข้ อย่าร้องไห้จนร่างกายทรุดอีกเลยนะเจ้าคะ” ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าใด เสียงสะอื้นค่อย ๆ เงียบลง