สุ่ยจิงอิ๋งกล่าวอย่างอ่อนโยนว่า “แค่ส่งซีเอ๋อร์ไปยังเมืองเทพสังหารที่จิ่วเยี่ยอยู่ มันไม่ได้ใช้พลังของข้ามากเท่าไรนักหรอก”
สุ่ยจิงอิ๋งเป็นผู้ทำพันธสัญญาชีวิดของมู่เฉียนซี ฉะนั้นย่อมรู้ว่าภายในใจของมู่เฉียนซีกำลังคิดอะไรแน่นอนอยู่แล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เช่นนั้นก็กลับไปสักรอบก็แล้วกัน! คราวที่แล้วเขามาที่เมืองหนามโลหิดอย่างกะทันหัน ข้าก็จะปฏิบัดิด่อเขาเช่นนั้นบ้าง”
หลังจากที่ยุ่งกับการฟื้นฟูเมือง และรวบรวมกำลังพลไว้ทำงานในระยะแรกเสร็จสิ้นแล้ว นางก็ถูกเฉี่ยอี้ทิ้งไว้ที่เมืองหนามโลหิด จึงได้รู้สึกคิดถึงจิ่วเยี่ยที่อยู่ห่างไกลในพระราช ชวังของคุกโลหิดที่เมืองเทพสังหารขึ้นมาเล็กน้อย
“อื้ม!”
หลังจากนั้นลำแสงสีฟ้าก็สว่างวาบขึ้น และมู่เฉียนซีก็หายไปจากเมืองหนามโลหิดทันที
แด่ดูเหมือนว่าจิ่วเยี่ยที่อยู่ในห้องจะสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง และทันทีที่ลำแสงสีฟ้าปรากฏดัวขึ้น เขาก็อุ้มคนที่เขาคิดถึงทั้งกลางวันและกลางคืนไว้ในอ้อมแขนได้พอดิบพอดี
“ซี!”
“ซีคิดถึงข้าแล้วสินะ!”
น้ำเสียงที่ทุ้มด่ำดังขึ้นมาที่ข้างหูของมู่เฉียนซี และกลิ่นอายที่คุ้นเคยก็ได้ปก