คงอยู่ไปชั่วนิรันดร์ แต่มู่เฉียนซีไม่ใช่คนที่วิปลาสเหมือนอย่างจิ่วเยี่ย นางจึงยังต้องการที่จะหายใจอยู่ เข้าใจไหม?
นางหยิกจิ่วเยี่ยด้วยความโมโห และเพื่อให้เขาคลายริมฝีปากออก นางก็เกือบที่จะฝังเข็มเขาอยู่แล้ว
และในที่สุดจิ่วเยี่ยก็ยอมปล่อยมู่เฉียนซีไป ดวงตาคู่นั้นก็จ้องมองที่นางอย่างลึกซึ้งพลางกล่าวว่า “หรือว่า ซีกลัวข้าอย่างนั้นหรือ”
“ก็กลัวน่ะสิ!” มู่เฉียนซีกล่าว
“ในตอนที่ซีกำลังฝึกฝนพลังแห่งชีวิตบางส่วนก็จะล้นทะลักออกมา และหากข้าอยู่ข้างกายซีก็จะสามารถผสานพลังแห่งชีวิตของเจ้า เพื่อสร้างสมดุลกับพลังแห่งความตาย และมันทำให้ผน นึกที่ไม่ค่อยเสถียรแข็งแกร่งขึ้นได้อีกด้วย”
จิ่วเยี่ยดึงมู่เฉียนซีให้เข้ามาอยู่ในอ้อมแขน “ฉะนั้นซีต้องคุ้นเคยกับการที่มีข้าอยู่ข้างกายเจ้าได้แล้ว”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “แน่ใจนะว่าเจ้าไม่ได้หลอกลวงข้า?”
หากมันสามารถทำให้จิ่วเยี่ยได้ประโยชน์ และสามารถทำให้คำสาปสงบลงได้ มู่เฉียนซีย่อมไม่ฝืนขับไล่จิ่วเยี่ยออกไปอยู่แล้ว
และนี่ก็ถือว่าเป็นการตั้งใจฝึกฝนและเรียนรู้ที่จะต้านทานชายผู้ทรงเสน่ห์คนนี้มิใช่หรือ? ฉะนั้นนางจะต้องทำมันได้แน