“ถ้าเช่นนั้น เอ่อเหริน เจ้าคิดว่าควรทําอย่างไรดี?”
น้ําเสียงของจ้าวางที่หันไปถามจ้าวเข่อเหริน อ่อนลงผิดกับตอนที่ เขาตวาดจ้าวเข่อหรันเมื่อครู่ราวฟ้ากับเหว จ้าวเข่อเหรินงามล้ําและ
เฉลียวฉลาด เป็นดั่งไข่มุกเม็ดงามในดวงใจบิดามาโดยตลอด ด้วยรูป
โฉมสะคราญและสติปัญญาเหนือผู้ใด วันหน้าหากได้นั่งเคี้ยวเข้าจวน ของอ๋องหรือขุนนางใหญ่ ย่อมเป็นประโยชน์ต่อเส้นทางขุนนางของเขา อย่างหาประมาณมิได้ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเอ็นดูนางเป็นพิเศษ
“ท่านพ่อ ไม่รู้ไต่สวนบ่าวในเรือนดีหรือไม่เจ้าคะ?”
จ้าวเข่อเหรินเอ่ยอย่างนุ่มนวล
“บ่าวในชุนฮุยหยวนคอยปรนนิบัติพี่สาวทุกวัน ต่อให้ไม่รู้ความ
ทั้งหมด ก็ต้องเห็นพิรุธบ้างเป็นแน่เจ้าค่ะ”
เอง”
จ้าว งพยักหน้าด้วยแววตาชื่นชม ก่อนออกคําสั่งเสียงเข้ม “มา! ลากบ่าวที่เฝ้าประตูเมื่อครู่เข้ามา ข้าจะสอบสวนด้วยตน
ไม่นาน หลี่หัวอกับสาวใช้หลิงเอ๋อร์ก็ถูกพาตัวเข้ามาคุกเข่ากลาง
โถงใหญ่ ก้มหน้ารอคําถาม
“พวกเจ้าว่าเหตุใดในห้องของคุณหนูใหญ่จึงมีบุรุษปรากฏตัว เป็นพวกเจ้าปล่อยเขาเข้ามาใช่หรือไม่? ชายผู้นั้นเป็นใคร เหตุใดจึงกล้า ให้เข้ามาโดยไม่เกรงว่าจะทําลายเกียรติคุณของคุณหนูใหญ่? หรือพวก
เจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว!”
เสียงของจ้าวซงเย็นเฉียบดั่งคมดาบ
“พูดความจริงมา หากมีแม้เพียงคําเดียว โกหก จะโบยจนตาย
สถานเดียว!”
หลี่หัวจื่อเหลือบมองจ้าวเข่อหรันอย่างรู้สึกผิดแวบหนึ่ง ก่อนกัด
ฟันตอบเสียงแข็ง
“เรี