งมาตั้งแต่เยาว์วัย ผู้ที่นางไว้ใจที่สุด
“หลิงเอ๋อร์ ข้าไม่เคยปฏิบัติต่อเจ้าอย่างเลวร้าย เหตุใดจึงทํากับ
ข้าเช่นนี้?”
ค่ะ!”
เสียงของจ้าวเข่อหรันแตกพร่า
“ผู้ใดสั่งให้เจ้าพูดเช่นนี้?”
“คุณหนู บ่าวมิได้โกหก!”
หลิงเอ๋อร์ตะโกนปฏิเสธ
“ทําแล้วก็ต้องกล้ารับ บ่าวไม่อาจโกหกเพื่อปกป้องคุณหนูได้เจ้า
“เจ้ากําลังพูดเท็จ!”
ในจังหวะนั้นเอง สาวใช้อีกคนหนึ่งของจ้าวเข่อหวั่นหลงเอ๋อร์ วิ่ง
เข้ามาคุกเข่าลงอย่างแรง
“นายท่าน คุณหนูต้องถูกใส่ร้ายแน่นอนเจ้าค่ะ! พวกนางต้องถูก ใครบางคนบงการให้มาทําลายชื่อเสียงของคุณหนู ขอท่านโปรดไต่สวน
อย่างเป็นธรรมเถิดเจ้าค่ะ!”
จ้าวเข่อหรัน มองหลงเอ๋อร์ด้วยแววตาซาบซึ้ง หลิงเอ๋อร์ปาก หวาน เอาอกเอาใจเก่ง นางจึงมักไว้ใจหลิงเอ๋อร์มากกว่า และเพราะคํายุ ยงของหลิงเอ๋อร์ นางจึงเผลอเหินห่างจากหลงเอ๋อร์มาโดยตลอด ทว่า
เมื่อถึงคราวคับขัน คนที่หันหลังใส่กลับเป็นคนที่นางรักใคร่ที่สุด ส่วนผู้ ที่ยืนหยัดปกป้องโดยไม่หวั่นเกรง กลับเป็นคนที่นางเคยทอดทิ้ง
ในห้องโถงใหญ่ บรรยากาศหนักอึ้งราวเมฆดําทับถม หัวใจของ จ้าวเข่อหรัน ราวถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดแน่น เลือดที่ไหลจากหน้าผาก ยังอุ่น ทว่าความหนาวเหน็บในอกกลับเย็นเยียบยิ่งกว่าเหมันตฤดู
ความเจ็บปวดมิใช่เพียงบาดแผลบนกาย แต่คือการถูกทรยศจาก ผู้ใกล้ชิดที่สุด เจ็บแสบยิ่งกว่าคมมีดใดในใต้หล้า