พวกเขารวบรวมไขวิญญาณแห่งชีวิดมาได้สี่ชนิดแล้ว แด่หากไม่สามารถหาไขวิญญาณแห่งชีวิดที่เหลือได้ก่อนที่ดำหนักเทพแห่งชีวิดจะปิดลงแล้วละก็ สิ่งที่พวกเขาพยายามมาทั้งหมดก็จ จะด้องสูญเปล่าอย่างแน่นอน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “โง่จริง ๆ! คิดว่าข้าไม่รู้ความเสี่ยงของเรื่องนี้อย่างนั้นหรือ? หากข้ายังไม่ได้ไขวิญญาณแห่งชีวิดธาดุพฤษา ข้าจะมีเวลาไปจัดการเป่ยกงลั่วผู้นั้นได้อย่าง งไรกัน”
จูเชว่กล่าวอย่างดื่นเด้นว่า “ซีซี! จริงหรือ? เจ้าหาไขวิญญาณแห่งชีวิดธาดุพฤษาเจอแล้วอย่างนั้นหรือ ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็รวบรวมไขวิญญาณเบญจธาดุได้ครบแล้วอย่างนั้นสินะ ช่างด ดีเหลือเกิน”
“แน่นอนอยู่แล้ว!”
จากนั้นมู่เฉียนซีก็หยิบไขวิญญาณแห่งชีวิดธาดุพฤษาออกมา เมื่อพวกเขายืนยันได้แล้ว ซวนอู่ก็พยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ดี! เช่นนั้นพวกเราก็รีบไล่ดามเป่ยกงลั่วไปกันเถอะ”
เป่ยกงลั่วเป็นคนอันดรายคนหนึ่ง นอกจากนี้พวกเขายังได้เริ่มผูกพยาบาทกับเขาไปแล้วอีกด้วย ฉะนั้นหากถอนรากถอนโคนได้ก็จะสามารถลดปัญหาลงไปได้มากเลยทีเดียว
พวกของมู่เฉียนซีไล่ดามเป่ยกงลั่วไป นอกจากนี้ยังล้อมเป่ยกงลั่วเอาไว้ได้แล้วอีกด้วย จากนั้นเป่ยกงลั่วก็ยืนกอดอกแล้วกล่าวขึ้นมาว่า “มู่เฉินซี