เจ้าพวกไร้ประโยชน์ นานขนาดนี้แล้วยังจับคนมาให้ข้าไม่ได้เลยสักคนเดียว มันช่างน่าเบื่อจริง ๆ เลย”
ในเมื่อไม่มีคนให้ฆ่า เช่นนั้นคนที่อยู่ตรงหน้าสองคนนี้ เขาควรจะฆ่าใครก่อนดีล่ะ?
เมื่อมู่หลินหลางและองค์ชายสามมู่หงจือเหลือบไปเห็นแววตาที่ต้องการจะฆ่าคนของเขา ตัวของพวกเขาก็สั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวขึ้นมาทันที เป่ยกงลั่วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง และแน่นอนว่าเขาเลือกที่จะเหลือของสวยงามเอาไว้ก่อนอยู่แล้ว
ด้วยเหตุนี้เขาจึงมองไปที่องค์ชายสาม และองค์ชายสามก็กล่าวด้วยเสียงที่สั่นเครือว่า “ท่านอ๋องลั่ว จะ…เจ้าจะฆ่าข้าไม่ได้นะ เสด็จพ่อของข้าได้เหลือพลังทิ้งไว้บนตัวของข้า หากเจ้าฆ่าข้าก็จะต้องเป็นอันตรายจากพลังที่ถูกผูกเอาไว้อย่างแน่นอน ความสามารถของเจ้ายังคงด้อยกว่าเสด็จพ่อของข้ามากมายนัก”
เป่ยกงลั่วคว้าผมของเขาเอาไว้แล้วจับเขายกขึ้นมา จากนั้นก็กล่าวอย่างน่ากลัวว่า “คำพูดของเจ้าก็สมเหตุสมผลเช่นกัน ตกลง ข้าไม่ฆ่าเจ้าแล้ว!”
องค์ชายสามถอนหายใจด้วยความโล่งอก และในเวลานี้เป่ยกงลั่วก็ได้โยนมีดเล่มหนึ่งไปให้กับมู่หลินหลางพลางกล่าวว่า “ในเมื่อข้าฆ่าไม่ได้ เช่นนั้นเจ้าก็มาฆ่าเขาซะ องค์หญิงหลินหลาง”
มู่หลินหลางตะลึงงันขณ