วันรุ่งขึ้น ร่างกายของมู่เฉียนซีก็ยังคงอ่อนแรงและยังไม่อยากที่จะลุกขึ้นไปไหนเลยด้วยซ้ำ แต่ทว่าในตอนนี้นางก กลับเห็นร่างเงาที่คุ้นเคยกำลังรอนางอยู่นอกประตู
ซึ่งคนผู้นั้นก็คือชิงอิ่งนั่นเอง!
มู่เฉียนซีเปิดประตูแล้วเดินออกมา และเมื่อเห็นว่ามู่เฉียนซีออกมาแล้ว ชิงอิ่งก็จ้องมองไปทางมู่เฉียนซีพลางเรีย ยกว่า “เฉียน!”
“ชิงอิ่ง! เจ้ารอข้าอยู่อย่างนั้นหรือ?”
ชิงอิ่งจ้องมองไปที่มู่เฉียนซีอย่างนิ่งงัน อยากที่จะเอ่ยปากออกไปแต่กลับกลั้นไว้ไม่ให้ตนเองพูดออกมา
“เป็นอะไรไป? ” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเป็นกังวล
ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงแล้วสินะ ชิงอิ่งกำหมัดเอาไว้แน่นพลางกล่าวว่า “เฉียน ชิงอิ่งมาเพื่อบอกลาเจ้า”
“บอกลาหรือ! เจ้าเพิ่งจะตื่นมาจากการจำศีลได้เพียงไม่นาน เจ้าจะไปไหนกัน?” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
“ข้าต้องไปยังที่ที่ข้าสมควรไป แน่นอนว่าข้ายังมีโอกาสที่จะได้เจอกับเฉียนอีก! ฉะนั้นเฉียน เจ้าวางใจเถอะ!” ชิงอิ่งให้สัญญา
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “เจ้ายอมไปด้วยความเต็มใจหรือไม่? ไม่มีผู้ใดมาบังคับเจ้าใช่หรือไม่?”
ชิงอิ่งจ้องมองไปที่มู่เฉียนซีอย่างตะลึงงัน แต่ด้วยใบหน้าที่แข็งทื่อของเขาย่อมทำให้มู่เฉียนซีคาดเดาอารมณ์ของ เขาไม่ออกแม้แต่น้อย
แต่เ