ฝากเยี่ยไว้กับเจ้าก็แล้วกัน”
มู่เฉียนซีมองไปทางจิ่วเยี่ยแล้วกล่าวว่า “เรื่องที่ข้าตัดสินใจไปเมื่อครู่นี้ คนป่วยอย่างเจ้าไม่มีสิทธิ์พูด และต ต้องทำตามนี้เท่านั้น”
มีเพียงแค่มู่เฉียนซีเท่านั้นที่กล้ากล่าวกับท่านอ๋องจิ่วเยี่ยด้วยท่าทางหยิ่งผยองเช่นนี้ ส่วนจิ่วเยี่ยก็ได้แต่ พยักหน้าเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “ตอนนี้ข้าเป็นคนป่วย ย่อมต้องเชื่อฟังซีทุกอย่างอยู่แล้ว แค่ซีตัดสินใจก็พอ”
ภายใต้การรักษาอย่างพิถีพิถันของมู่เฉียนซี ทำให้จิ่วเยี่ยหายจากอาการบาดเจ็บสาหัสได้เสียที
หลังจากนั้นท่านไป๋ก็มาบอกว่า “แม่นางมู่ นายท่านอยากให้เจ้าไปหาสักหน่อยน่ะ”
“ได้สิ!” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ในเมื่อมู่เฉียนซีต้องไป จิ่วเยี่ยก็ต้องตามนางไปด้วย
พวกเขาเห็นว่าคนผู้นั้นตั้งกระดานหมากรุกอยู่ในศาลา จากนั้นเขาก็กล่าวขึ้นมาว่า “แม่หนูน้อย ช่วงเวลาพักฟื้นค ค่อนข้างน่าเบื่อเลยทีเดียว อยากจะมาเล่นหมากรุกด้วยกันสักหน่อยไหม”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ได้สิเจ้าคะ! เป็นเกียรติของข้าที่ได้เล่นหมากรุกเป็นเพื่อนท่าน”
ในขณะที่พวกเขาทั้งสองคนเล่นหมากรุกมู่เฉียนซีก็ชนะกระดานแล้วกระดานเล่า มู่เฉียนซีดูไม่ออกว่าคนตรงหน้านี้กำล ลังอ่อนให้นางอยู่ แต่ถึงอย่างนางก็รู