ี่เจ้าคิดว่าผู้อาวุโสอย่างข้าเป็นแค่ของประดับหรืออย่างไรกัน?” เขากล่าวพลางจ้องมองจิ่วเยี่ยอย ย่างถมึงทึง
จิ่วเยี่ยกล่าวตอบว่า “ข้าเป็นคู่หมั้นของซี!”
ความหมายก็คือ พวกเขาสามารถใกล้ชิดกันได้อย่างชอบธรรม และถึงเขาจะเป็นผู้อาวุโสก็ไม่สามารถเข้ามาก้าวก่ายได้มาก กนัก
“เขาพูดจริงอย่างนั้นหรือ?” เขากล่าวถามพลางมองมาทางมู่เฉียนซี
“เจ้าค่ะ! จิ่วเยี่ยคือคู่หมั้นของข้า ข้าแยกกับเขามานานมากแล้ว เขาคงจะคิดถึงข้ามากเกินไป บวกกับร่างกายที่ ค่อนข้างมีปัญหาเขาถึงควบคุมตนเองไม่ได้เช่นนี้ แต่ปกติแล้วเขาไม่ทำอะไรตามอำเภอใจขนาดนี้หรอกเจ้าค่ะ” มู่เฉียน ซีกล่าวอธิบาย
ภายในใจของเขารู้สึกขมขื่นยิ่งนัก ทั้งยังรู้สึกราวกับว่าลูกสาวที่เขาเฝ้าเลี้ยงดูมาอย่างยากลำบากจนโตได้ทอดทิ้ งพ่อแก่ ๆ อย่างเขาคนนี้ แล้วไปหาเจ้าเด็กเหลือขอที่อยู่ข้างนอกนั่น
เขาคิดว่า เขาไม่มีทางยอมแพ้อย่างแน่นอน มิเช่นนั้นหากลูกสาวของเขาถูกคนเช่นนี้แย่งชิงไปเหมือนแม่หนูน้อยนี่จ จะทำอย่างไรล่ะ?
“เหตุใดผู้อาวุโสของเจ้าถึงยอมให้เจ้าหมั้นหมายกับคนเช่นนี้ได้ พวกเขายอมได้ลงจริง ๆ อย่างนั้นหรือ?” แม้ว่าเขา จะเป็นเพียงคนพิการที่ไร้ความสามารถคนหนึ่ง แต่เขาก็รู้สึก