แต่ตอนนี้ข้าต้องการที่จะกลั่นยา ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อสก กัดกั้นพิษนั้นของเขาให้ได้มากที่สุด”
ในตอนที่ทุกคนได้มาถึงหมดแล้ว มู่เฉียนซีก็ได้หยิบเอาหม้อหยินหยางสองขั้วออกมาเพื่อเตรียมกลั่นยา
“ท่านเจ้าสำนัก…นี่ท่านเลอะเลือนไปแล้วหรือ! ท่านเจ้าสำนัก…”
ผู้อาวุโสใหญ่ของสำนักหมอทมิฬวิ่งหัวซุกหัวซุนเข้ามา จากนั้นก็จับเจ้าสำนักเอาไว้พร้อมตะโกนกล่าวด้วยความโกรธเคื อง
เจ้าสำนักหมอทมิฬกล่าวว่า “ข้าเลอะเลือนหรือ! ผู้อาวุโสใหญ่ เจ้าไม่รู้ว่าข้ามีความคับแค้นใจมากเพียงใดอย่างนั้นหร รือ! ข้าใช้ความพยายามอย่างยากลำบาก อีกทั้งยังขยันขันแข็งมานานเพียงนี้ และเห็นอยู่ว่ามันสำเร็จแล้ว แต่กลับต้อ องมาถูกทำลายด้วยแผนสกปรกของหมอปีศาจ ทั้งยังมาแย่งทุกสิ่งอย่างของข้าไปอีก!”
“ข้าแค้นใจ! เห็นอยู่ว่าเคล็ดวิชาปรุงยาของข้ายอดเยี่ยมถึงขนาดนั้น แต่มันกลับด้อยกว่าหมอปีศาจมากนัก ข้าอิจ จฉานาง ทั้งเกลียดและอิจฉาจนอยากที่จะลากนางให้ตายไปพร้อม ๆ กับข้า!”
“แทนที่จะปล่อยให้พวกเขามาทำลายสำนักหมอทมิฬ และหายสาบสูญไปอย่างเงียบ ๆ ไม่สู้หายไปอย่างโด่งดังสักหน่อย ด้วยวิธ ธีการเช่นนี้ชื่อเสียงของสำนักหมอทมิฬจะได้โด่งดังอยู่ในแดนซวนเทียนไปอีก