จะ…เจ้า…” อดีตผู้นำตระกูลเป่ยอวิ๋นโกรธจนยั้งอารมณ์ไว้ไม่ได้
“แม่สาวน้อยผู้นี้ช่างพูดเสียจริง! ดี ช่างดีเหลือเกิน! ต้องทำเช่นไรกันแน่เจ้าถึงจะยอมปล่อยตระกูลเป่ยอวิ๋นของพวกเราไป”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้าคือพ่อค้าคนหนึ่ง และข้าก็ชอบธุรกิจที่มั่นคงโดยไม่ต้องเสียเงินเสมอ หากตระกูลเป่ยอวิ๋นของพวกเจ้าต้องการยาถอนพิษก็ย่อมได้ เพียงแต่ตระกูลเป่ยอวิ๋นของพวกเจ้าจะต้องกลับไปอยู่อย่างสันโดษ และต้องมอบร้านขายยา ที่ดินรวมไปถึงไร่สมุนไพรทั้งหมดของพวกเจ้าให้กับหอหมอปีศาจ หลังจากนั้นข้าก็จะมอบยาแก้พิษให้กับเจ้า”
“ความทะเยอทะยานของเจ้านั้นมากมายนัก คิดไม่ถึงเลยว่าอยากจะกลืนกินตระกูลเป่ยอวิ๋นของข้า เจ้านี่ช่างโลภมากเหมือนงูที่กลืนช้างทั้งตัวเสียจริง ๆ” อดีตผู้นำตระกูลเป่ยอวิ๋นคำรามด้วยความโกรธ
“ช้างหรือ? ท่านอดีตผู้นำตระกูลเป่ยอวิ๋นเจ้าไปเอาความมั่นใจมากมายขนาดนั้นมาจากที่ใดกัน ถึงได้บอกว่าตระกูลเป่ยอวิ๋นของเจ้าเป็นช้างตัวหนึ่ง ในสายตาของข้าตระกูลเป่ยอวิ๋นของพวกเจ้าเป็นเพียงแค่หนูตัวเล็ก ๆ ตัวหนึ่ง ที่มีเนื้อเพียงเล็กน้อย จนข้ารังเกียจที่จะกลืนมันเลยด้วยซ้ำ” มู่เฉียนซีพูดพลางหัวเราะไปด้วย
และสีหน้าของอดีตผู้นำตระกูลเป่ยอวิ