ไม่กลัวหรอก ข้าเก่งขึ้นมากแล้ว พวกเขาไม่มีทางจับข้าได้แน่” อากุ่ยยิ้มพลางกล่าวอย่างมั่นใจ
“ไม่รู้จริง ๆ ว่าวิญญาณอย่างเจ้าไปเอาความมั่นใจมาจากที่ใดกัน?” ว่านซือเยี่ยนกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์
“ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ไม่ไป…ข้าไม่ไป พี่เยี่ยนไม่มีผู้ใดคุ้นเคยกับที่นี่ไปมากกว่าข้าอีกแล้ว บางทีข้าอาจจะสามารถช่วยท่านกับเสี่ยวซีได้ก็เป็นได้! คราวที่แล้วเสี่ยวซีก็มอบภาพค่ายกลที่ล้ำค่าให้กับข้า และข้าก็ยังไม่ได้ตอบแทนนางเลย!”
ว่านซือเยี่ยนกล่าวว่า “มู่เฉินซี เจ้าโน้มน้าวให้เขาออกไปหน่อยสิ”
ว่านซือเยี่ยนเป็นกังวลว่าจะเกิดเรื่องขึ้นกับอากุ่ยจริง ๆ และนี่ก็ทำเพื่อประโยนช์ของเขาเอง ถึงแม้ว่านางจะไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรก็ตาม
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อากุ่ย ทำไมเจ้าไม่กลับไปก่อนล่ะ! ที่นี่ไม่เห็นจะน่าสนุกตรงไหนเลย อีกอย่างที่นี่มีเพียงแค่ข้ากับว่านซือเยี่ยนก็สามารถจัดการได้แล้วล่ะ”
“ฮือออออ! เสี่ยวซีก็ถูกพี่เยี่ยนซื้อไปแล้วหรือ ตอนนี้ข้ากลายเป็นคนหัวเดียวกระเทียมลีบที่น่าสงสารไปแล้ว! ข้าไป แค่ข้าไปก็พอแล้วใช่หรือไม่?”
ทันทีที่อากุ่ยรับปาก มันก็ทำให้ว่านซือเยี่ยนถอนหายใจอย่างโล่งอกในทันที แต่ผลสุดท้ายอากุ่ยกลับหันมาแล้วกล่าว