ถือได้ทีเดียว เขาได้พาพวกเขามาถึงเมืองที่อยู่ใกล้กับสำนักภูตวิญญาณได้อย่างราบรื่น ซึ่งก็คือเมืองกุ่ยตูนั่นเอง
“เส้นทางหลังจากนี้ พวกเราจะต้องเดินไปด้วยตนเองจนถึงสำนักภูตวิญญาณ เพราะมีการห้ามบินในพื้นที่บริเวณนี้” ว่านซือเยี่ยนกล่าว
หลังจากที่พูดจบเขาก็นวดหัวที่ปวดเป็นพัก ๆ ของตนเองแล้วกล่าวว่า “ไม่อยากมาสถานที่บ้า ๆ นี่เลยจริง ๆ”
“ในเมื่อกลัวก็อย่ามาสิ อย่างไรเสียข้าก็มีมังกรวารีของข้าคอยตามไปไหนมาไหนด้วยตลอดเวลาอยู่แล้ว” มู่เฉียนซีกล่าว
“ผู้ใดบอกว่าคุณชายอย่างข้ากลัวกัน! คุณชายอย่างข้าจะมากลัวของเล่นเหล่านี้ได้อย่างไร”
เมืองกุ่ยตูนั้นมักจะมืดครึ้มอยู่เสมอ แต่ในช่วงบ่ายที่ผ่านมา กลับมีคนเข้ามาในเมืองกุ่ยตูมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่ขาดสาย
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ไปหาคนถามเรื่องสำนักภูตวิญญาณหน่อยดีกว่า”
“สำนักภูตวิญญาณมักจะลึกลับอยู่เสมอ เจ้าไปถามแล้วมันจะได้เรื่องอะไรหรือไงกัน?”
“คนที่นี่ต่างใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาโดยตลอด จะไม่รู้เรื่องอะไรบ้างเลยหรืออย่างไรกัน? อย่างไรเสียเมื่อฟ้ามืดเจ้าก็พูดว่าไม่ออกเดินทางอยู่ดี เช่นนั้นก็ไปหาถามให้ชัดเจนไม่ดีกว่าหรือ!?”
ด้วยเหตุนี้ ว่านซือเยี่ยนจึงเห็นมู่เฉียนซีเป็นเจ้าสัว