เกินไปแล้วนะ ข้ายังไม่เคยไปที่สำนักหมอทมิฬเลยด้วยซ้ำ แล้วข้าจะไปขโมยสมบัติของพวกเจ้าได้อย่างไร” คนเหล่านี้พูดจาโป้ปดกันอย่างหน้าด้าน ๆ ซึ่งมันก็ทำให้โม่ตี๋รู้สึกโมโหเป็นอย่างมาก
“มาถึงตอนนี้แล้ว เจ้ายังไม่ยอมรับอีกหรือ! เจ้าคิดว่าหากเจ้าดึงดันที่จะไม่ยอมรับแล้วนายน้อยว่านซื่อจะปกป้องเจ้าหรืออย่างไร?” พวกเขากล่าวอย่างเคร่งขรึม
พวกเขารู้ดีว่า ว่านซือเยี่ยนเป็นคนที่จะไม่ช่วยผู้ใดก่อนหากไม่ได้ประโยชน์
และผู้หญิงคนนี้ก็ไม่มีทางที่จะทำประโยชน์ให้เขามากนักหรอก ซ้ำยังไม่ได้มีหน้าตาที่งดงามจนล่มเมืองได้ ฉะนั้นว่านซือเยี่ยนไม่มีทางล่วงเกินสำนักหมอทมิฬเพื่อนางเป็นแน่
“ลงมือซะ ไปจับนางมาให้ได้!” ชายชราที่เป็นผู้นำกล่าวสั่ง
“ช้าก่อน!” ในเวลานี้ มู่เฉียนซีก็ได้เอ่ยปากออกมา
“โม่ตี๋คือเพื่อนของข้า หากพวกเจ้าบอกว่านางขโมยสิ่งของของพวกเจ้าสำนักหมอทมิฬไป เช่นนั้นก็ให้เจ้าสำนักของพวกเจ้านำหลักฐานออกมา! มิเช่นนั้นก็อย่าคิดจะแย่งคนไปจากมือของข้าได้เลย” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา
โม่ตี๋ผงะไปครู่หนึ่ง แม่นางมู่ช่วยนางเอาไว้อีกแล้ว แต่สำนักหมอทมิฬไม่ใช่คนที่จะล่วงเกินได้ง่ายดายขนาดนั้นอยู่ดี
ตอนที่อยู่ในเทือกเขาแห่งความตา