อื่นอย่างไรอย่างนั้น
อากุ่ยมองไปที่คนผู้นั้นจากทางด้านบนแล้วกล่าวว่า “คนอย่างเจ้า สามารถเรียกว่าปรมาจารย์ค่ายกลได้ด้วยหรือ?”
“เสี่ยวซีได้มอบค่ายกลหยินหยางแห่งกลียุคแผ่นนั้นมาให้ข้าแล้ว รอข้าศึกษามันก่อน เมื่อถึงตอนนั้นเจ้าก็ลองดูแล้วกัน”
เหตุผลที่เขายอมรับปากช่วยเหลือเจ้านายผู้นั้นอย่างโง่งม นั่นก็เป็นค่ายกลแผ่นนั้น ซึ่งคิดไม่ถึงเลยว่าภาพค่ายกลแผ่นนั้นจะอยู่กับเจ้าหนูผู้นี้นี่เอง
เจ้าหนูน้อยผู้นี้ดูแล้วอายุน้อยมาก อีกทั้งยังมีรูปลักษณ์ที่เหมือนคนก็ไม่ใช่ผีก็ไม่เชิงอีกด้วย แต่ทว่าความรู้เกี่ยวกับค่ายกลนั้นกลับอยู่ในระดับที่น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง และเกรงว่าน่าจะเก่งกาจกว่าอาจารย์ของเขาอีกด้วย
จากนั้นก็มาดูทางด้านของปรมาจารย์พิษผู้นั้นกันต่อ ในตอนนี้จุดสำคัญในร่างกายของเขาได้ถูกเข็มยาของมู่เฉียนซีผนึกเอาไว้หมดแล้ว
อีกทั้งยังมีพิษมากมายหลายชนิดจนนับไม่ถ้วนอยู่บนร่างกายของเขาอีกด้วย!
มันทำให้เขารู้สึกว่าคนที่อยู่เบื้องหน้าของเขาตอนนี้ไม่ได้เป็นเพียงนักปรุงยาอัจฉริยะวัยเยาว์คนหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นนักวางยาพิษที่ฝึกฝนมานับหมื่นปีต่างหาก
ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกเสียใจขึ้นมาแล้ว! เสียใจมาก