จริง ๆ
หากรู้ว่ามู่เฉินซีมีความสามารถถึงเพียงนี้ เขาไม่มีทางลงมือกับนางอย่างโง่งมเช่นนี้แน่นอน
“นายท่าน ข้าผิดไปแล้ว! ข้ารู้ความผิดแล้ว!”
มู่เฉียนซีขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “นี่คือท่าทางสำนึกผิดของเจ้าอย่างนั้นหรือ ไม่เห็นจะดีเท่าไรเลย?”
ปรมาจารย์พิษผู้นั้นกล่าวว่า “นายท่าน นี่คือสิ่งของที่ข้าสะสมมาตลอดชีวิต ท่านโปรดอย่ารังเกียจมันเลยนะขอรับ!”
“อ๊ากกก! ได้โปรดเถิดนายท่าน ถอนพิษให้ข้าเถอะ! ข้ารู้สึกว่าข้ากำลังจะตายแล้ว ถอนพิษให้ข้าเพียงครึ่งเดียวก็ได้ขอรับ อ๊ากกกก!”
อากุ่ยเรียนรู้จากสถานการณ์ทางด้านของมู่เฉียนซีได้เป็นอย่างดี และบังเอิญว่าปรมาจารย์ค่ายกลผู้นั้นก็ทนไม่ไหวจนร้องขอชีวิตขึ้นมาด้วยพอดี “นายท่านโปรดไว้ชีวิตด้วย! หลังจากนี้ไปข้าเต็มใจที่จะยอมเป็นวัวเป็นม้าคอยรับใช้ท่าน”
คราวนี้เขากำลังเผชิญหน้ากับความยากลำบากราวกับแตะลงไปบนแผ่นเหล็กร้อนแล้วจริง ๆ!
อากุ่ยกล่าวโดยเลียนแบบน้ำเสียงของมู่เฉียนซี “นี่คือท่าทางสำนึกผิดของเจ้าอย่างนั้นหรือ ไม่เห็นจะดีเท่าไรเลย?”
“หากยอมรับผิดแล้วละก็ เจ้าต้องจริงใจ! เพียงแค่คุกเข่ามันไม่พอหรอก!”
ด้วยเหตุนี้ปรมาจารย์ค่ายกลก็ได้นำเอาทรัพย์สินของเขาออกมามอบให