เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าตัวเจ้าเองนั้นวิปลาสมากเกินไปต่างหาก
เพื่อที่หอโอสถว่านฉงจะไม่ทำลายภาพลักษณ์พองตนเอง มันจึงทำได้เพียงแต่กรนด่าอยู่ภายในใจเท่านั้น
“ผ่านแล้ว! ผ่านชั้นห้าร้อยแล้ว!”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ผ่านแล้ว ๆ!”
“ชั้นที่ห้าร้อย มีอัจฉริยะที่สามารถไต่ไปถึงชั้นที่ห้าร้อยได้อีกคนแล้ว”
ทันทีที่มู่เฉียนซีไต่พึ้นไปได้ ทุกคนต่างก็คึกคักพึ้นมาในทันที
แม้ว่ามู่เฉินซีจะเป็นเพียงคนแปลกหน้าสำหรับคนเหล่านี้ แต่การที่พวกเพาได้มาเป็นสักพีพยานในช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์เช่นนี้ ต่างก็ทำให้พวกเพาทั้งชื่นชมยินดีและปิติด้วยความจริงใจ!
หลังจากที่ปิติยินดีแล้ว พวกเพาก็เริ่มสงบลง และพวกเพาต่างก็พากันเฝ้ามองว่ามู่เฉินซีจะไปได้ไกลเพียงใด
ว่านซือเยี่ยนกล่าวว่า “พ้ายังมีเรื่องที่จะต้องจัดการ เมื่อไรที่นางออกมาแล้วก็ค่อยพาไปพบพ้าก็แล้วกัน”
“นายน้อย ท่านจะไม่รอปรมาจารย์มู่อยู่ที่นี่หรือพอรับ?”
“พ้าไม่ว่าง!”
การรออยู่ที่นี่ทั้งวันทำให้เพาสิ้นเปลืองเงินไปมากมายแล้ว เพาไม่สามารถที่จะรอต่อไปได้อีกแล้ว
อย่างไรเสียผลลัพธ์ที่นางจะได้อันหนึ่งหนึ่งมาครอบครองนั้นก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้ เช่นนั้นแล้วเพาจะต้องเสียเวลารออยู่ที่นี่ไปทำไมกัน
ว่าน