ลังจากที่ทำลายค่ายกลแล้ว มู่เฉียนซีก็มาถึงอารามที่รกร้างแห่งหนึ่ง
ภายในอารามนั้นเต็มไปด้วยใยแมงมุมทุกหนทุกแห่ง และภายในศาลาที่ทรุดโทรมแห่งหนึ่งก็มีเสียงบรรเลงของกู่ฉินดังขึ้นมา
ที่นั่นมีร่างเงาสีขาวร่างหนึ่งปรากฏวูบวาบไปมา
เมื่อมู่เฉียนซีพุ่งทะยานเข้าไป คนผู้นั้นกลับหายไปเสียแล้ว และเหลือไว้เพียงหญิงสาวที่ดูเย็นชาและคับแค้นใจผู้หนึ่ง “แม่นาง เสียงบรรเลงเพลงของข้าไพเราะหรือไม่?”
“อยู่ที่นี่เป็นเพื่อนข้าได้หรือไม่?”
“ข้าอยู่เพียงคนเดียว ช่างโดดเดี่ยวเหลือเกิน!”
มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุกขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง รอให้จับเจ้าหนูนั่นให้ได้ก่อน นางจะทุบตีเขาให้ฟันล่วงจนหมดปากไปเลย และยังมีเจ้าว่านซือเยี่ยนนั่นด้วย!
ค่ายกลภาพลวงตาของอีกฝ่ายมาถึงจุดที่แข็งแกร่งที่สุดแล้ว หากดื้อดึงที่จะทำลายมันก็ดูจะยุ่งยากเกินไปหน่อย และมันก็มีแต่จะทำให้มู่เฉียนซีดำดิ่งลึกลงไปอีก ฉะนั้นมู่เฉียนซีจึงทำได้เพียงเลือกที่จะละทิ้งมันไป
ดังนั้นนางจึงอยู่เป็นเพื่อนคนแปลกประหลาดผู้นั้น และเล่นล่าผีไปตลอดทั้งคืน
และในตอนที่พระอาทิตย์กำลังจะขึ้นนั้น ก็ได้มีเสียงหัวเราะคิกคักเสียงหนึ่งดังขึ้น พลางกล่าวว่า “เป็นครั้งแรกที่เจอคนที่เล่นกับ