ข้าได้นานขนาดนี้โดยที่ไม่ตกใจกลัวจนหมดสติไป ไว้คืนนี้พวกเราค่อยมาเล่นกันต่อ! ข้าชอบเจ้ามากเลย”
“ผีไม่สามารถเห็นตะวันได้ ฉะนั้นข้าจำต้องกลับไปนอนในสุสานของข้าแล้วล่ะ ไว้คืนนี้ค่อยเจอกันนะ!”
รอเมื่อแสงพระอาทิตย์สีทองอร่ามสาดส่องไปทั่วทุกพื้นที่ เหล่าภูตผีปีศาจเหล่านั้นก็สลายหายไป ลานบ้านฟื้นฟูกลับมาเหมือนตอนที่มู่เฉียนซีเพิ่งมาถึงอีกครั้ง
คฤหาสน์หลังใหญ่นี้ดูแล้วก็ธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง ทว่าพืชพรรณนานาชนิดกลับมีชีวิตชีวาเป็นอย่างมาก
มีใครบางคนตื่นขึ้นมาแล้ว และเมื่อเห็นมู่เฉียนซีก็กล่าวอย่างตกใจมากว่า “ท่านมู่ เหตุใดท่านถึงตื่นเช้าเช่นนี้เล่าเจ้าคะ?”
แต่ตอนนี้มู่เฉียนซีกลับรู้สึกง่วงนอนจะตายอยู่แล้ว นี่ไม่ใช่การเล่นเอาสนุกด้วยกันทั้งคืน แต่เป็นการต่อสู้ด้วยสติปัญญาและความกล้าหาญกับเจ้าเด็กที่เป็นคนก็ไม่ใช่เป็นผีก็ไม่เชิงผู้นั้นตลอดทั้งคืนต่างหาก
และเวลานี้มู่เฉียนซีอยากจะไปนอนสักตื่น แต่ทว่ายังไม่ทันรอให้นางเข้าไปในห้องนอน ก็มีใครอีกคนหนึ่งมาพร้อมรายงานว่า “ท่านมู่ ควรออกเดินทางได้แล้วขอรับ!”
ต้องออกเดินทางแล้วเหรอ!
เช้าขนาดนี้แต่ต้องออกเดินทางแล้วหรือ?
มู่เฉียนซีเดินไปถึงประตูด้วยท่าทางที่โกรธเกรี้ยว นาง