้านของว่านซือเยี่ยนก็น่าจะมีเช่นกัน และสุดท้ายคนที่ข่มอารมณ์เอาไว้ไม่ได้ ก็เป็นเขาเสียเอง!
เมื่อมู่เฉียนซีเดินมาถึงทางเข้าโรงเตี๊ยม ก็ไม่ได้มีเพียงแต่ว่านซือเยี่ยนที่แต่งตัวอย่างงดงามเท่านั้น แม้แต่รถม้าที่เขานั่งมาก็ยังงดงามไม่แพ้กัน ตัวรถม้าถูกประดับประดาไปด้วยสมบัติล้ำค่าจำนวนนับไม่ถ้วน อีกทั้งยังมีแกนวิญญาณของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงที่หายากอีกด้วย
ว่านซือเยี่ยนเปิดม่านรถม้าออกพลางกล่าวว่า “แม่นางมู่ พวกเราจะพูดคุยกันอีกสักครั้งได้หรือไม่?”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “จะไปคุยกันที่ใด?”
“ไปกินข้าวกันก่อน ข้าเชิญเจ้าเป็นแขกเอง”
“เจ้าเชิญข้า แล้วผู้ใดเป็นคนจ่ายล่ะ?” ในเมื่อโดนหลอกมาแล้วครั้งหนึ่ง คิดว่าจะหลอกนางได้อีกเป็นครั้งที่สองอย่างนั้นหรือ ฝันไปเถอะ!
ว่านซือเยี่ยนเม้มปากเล็กน้อย จากนั้นก็กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำว่า “ข้าเป็นคนเชิญ! ฉะนั้นข้าจะเป็นคนจ่าย เจ้าพอใจหรือยัง!”
“เช่นนั้นก็ตกลง!”
มู่เฉียนซีขึ้นไปบนรถม้าของว่านซือเยี่ยนอย่างใจเย็น ทว่าคราวนี้รถม้ากลับไม่ได้มุ่งหน้าไปยังทิศทางของหอเลิศรส แต่มุ่งตรงไปยังตรอกเล็ก ๆ ที่ลึบลับเส้นหนึ่ง
เส้นทางเริ่มเปลี่ยวมากขึ้นเรื่อย ๆ หากไม่รู้ว่าว่านซือเยี่ยน