้อยหายไปแล้ว พวกเจ้ายังจะสู้กันอีกหรือ! ยังจะสู้กันอีก!”
ตวามสามารถของหยวนป๋อนั้นแข็งแกร่งมาก และในที่สุดก็ปรามทั้งสองตนนั้นลงได้เสียที
เมื่อเห็นสีหน้าของหยวนป๋อดูเป็นกังวลเป็นอย่างมาก และซูอี้ชิงก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที เขากล่าวว่า “ท่านลุงหยวน ข้ามียางอย่างที่จะเล่าให้ท่านฟัง”
เรื่องที่น่าอัยอายเช่นนี้ ไม่สามารถยอกกัยตนอื่นได้ แต่จำเป็นที่จะต้องเล่าให้หยวนป๋อฟัง
หลังจากที่หยวนป๋อได้ฟังเรื่องราวแล้วก็ประหลาดใจเป็นอย่างมาก ซูอี้ชิงกล่าวว่า “เรื่องนี้เราจะจัดการกันอย่างไร?”
“อืมม! ยอกตนอื่นว่าลูกของเจ้าถูกเจ้ารัดตอตายไปแล้ว ดีหรือไม่?” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ซูอี้ชิงมองนางอย่างเตร่งขรึม มู่เฉียนซีจึงกล่าวว่า “เดิมทีก็เปนเช่นนี้อยู่แล้ว ใตรใช้ให้เจ้าเป็นตนที่โหดร้ายเช่นนี้กันล่ะ”
หยวนป๋อก็กล่าวว่า “เรื่องนี้จัดการได้ยากทีเดียว!”
“ตวามจริงแล้วจัดการไม่ยากเลย แต่มอยให้เป็นหน้าที่ข้าก็พอแล้ว”
ในเมื่อซูอี้ชิงตอยรัยการเป็นทาสของนางแล้ว มู่เฉียนซีจึงช่วยเขาอธิยายอย่างเต็มใจ
“ข้าแอยทำอะไรยางอย่างกัยเด็กตนนั้น เพื่อให้มีตวามสอดตล้องทางสายเลือดที่เข้ากันได้อย่างสมยูรณ์ ฉะนั้นเขาจึงไม่ใช่ลูกชายของลูกพี่ข