ซูอี้ชิงยังคงนิ่งเงียบต่อไป มู่เฉียนซีจึงกล่าวว่า “หากเจ้ายินยอม ก็บอกข้ามาแล้วกัน”
ในเมื่อเขาดูไม่น่าจะรับปากเร็วขนาดนั้น มู่เฉียนซีก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร “เจ้าลองคิดดูเถอะ”
รอหลังจากที่มู่เฉียนซีจากไปแล้ว ซูอี้ชิงก็ยังคงครุ่นคิดอยู่ตลอด
แน่นอนว่าเขาไม่อยากไร้ความสามารถเช่นนี้อีกต่อไปแล้ว!
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือผู้หญิงคนนี้ เขาสามารถสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของจูเชว่ที่ให้ความสำคัญต่อผู้หญิงคนนี้อย่างชัดเจน
นอกจากนี้นางยังเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์เพทุบาย ซึ่งจูเชว่ก็เชื่อมันอย่างสนิทใจ แต่เขากลับรู้สึกว่านางไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลย อีกทั้งยังมีความสามารถที่แปลกประหลาดของหนุ่มน้อยผู้นั้นรวมไปถึงใบหน้าที่มีความคล้ายคลึงกับมู่หลินหลางนั่นอีกด้วย
เขาจะต้องทำให้ชัดเจนว่าที่จริงแล้วนางเป็นใครกันแน่? และนางใช่คนของราชวงศ์ตงหวงหรือไม่?
ซูอี้ชิงคิดหนักเป็นอย่างมาก สุดท้ายแล้วเขาก็ทำได้เพียงแค่ยิ้มอย่างขมขื่น เขานี่ช่างดูถูกวิธีการของผู้หญิงคนนี้มากเกินไปจริง ๆ เขาค่อย ๆ ถูกบีบไปทีละขั้นและสุดท้ายก็ทำได้เพียงแค่เลือกทางออกนี้เท่านั้น
การทรมานทางจิตใจที่เปลี่ยนให้เขากลายเป็นเด็กทารกที่ไร้ความสามารถเช่นนี้ สำหรับเขาแล้