วมันยากที่จะรับได้มากกว่าการทารุณอย่างโหดเหี้ยมใด ๆ เสียอีก
แต่การเป็นทาส…
ซูอี้ชิงรู้สึกคับแค้นใจ แต่ในฐานะนักฆ่า เพื่อที่จะจัดการกับเป้าหมายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นบทบาทใดเขาก็ต้องเล่นให้ได้
หากสามารถช่วยจัดการกับภัยคุกคามให้กับพ่อบุญธรรมได้ เรื่องแค่นี้ก็ถือว่าไม่มีความหมายอะไรเลย
วันรุ่งขึ้น ซูอี้ชิงก็มองไปทางมู่เฉียนซี และดูเหมือนว่ามู่เฉียนซีจะเข้าใจอะไรบางอย่าง จึงกล่าวว่า “เจ้ายอมรับแล้วอย่างนั้นหรือ!”
อี้ชิงน้อยอิดออดอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากนั้นเขาก็ใช้ศีรษะเล็ก ๆ กลม ๆ นั่นผงกหัวเล็กน้อย
“เจ้ายอมรับเสียตั้งแต่แรกก็จบแล้ว พวกเราทั้งสองจะได้ไม่ต้องทรมานนานถึงเพียงนี้” มู่เฉียนซีกล่าวพลางคลี่ยิ้มจนตาหยี
“อาถิง! ทำให้ซูอี้ชิงเปลี่ยนกลับไปเป็นเหมือนเดิมเถอะ!”
“เจ้าบอกให้ข้าเปลี่ยนกลับแล้วจะให้เปลี่ยนกลับเลยหรืออย่างไร! มันจะทำให้ข้าขายหน้าเกินไปแล้วนะ!” ทันใดนั้นก็มีร่างเงาร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นต่อหน้ามู่เฉียนซี
สำหรับซูอี้ชิงแล้ว การมีอยู่ของอาถิงนั้นเป็นสิ่งที่ลึกลับมาก
เขามองความแข็งแกร่งของเขาไม่ออกเลย นอกจากนี้การเข้ามาในหอรัตติกาลของพวกเขานั้น ก็เหมือนกับการเข้ามาในดินแดนที่ร้างผู้คนก็มิปาน ฉะนั้นเขา