มู่เฉียนซีคลี่ยิ้มจนตาหยีแล้วกล่าวว่า “พอใจมาก พวกเจ้าช่างใส่ใจจริง ๆ”
“เช่นนั้นแม่นาง เชิญเถอะ!”
พวกเขาเชิญมู่เฉียนซีขึ้นไปบนเกี้ยว และเกี้ยวนี้ก็มีความหรูหราเป็นอย่างมากเลยทีเดียว
“อุแว้ อุแว้ อุแว้!” อี้ชิงน้อยระเบิดเสียงร้องไห้ออกมาอีกครั้ง โดยหวังว่าจะขัดขวางการไปยังหอรัตติกาลของมู่เฉียนซีได้
น่าเสียดายที่เขาเด็กเกินไปจึงทำอะไรกับเรื่องนี้ไม่ได้เลย และมู่เฉียนซีก็ขึ้นไปบนเกี้ยวอย่างใจเย็น
คนที่ยกเกี้ยวต่างก็เป็นยอดฝีมือระดับผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นภูตศักดิ์สิทธิ์ด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งพวกเขาก็ได้เดินไปบนอากาศ โดยมีมู่เฉียนซีก็นั่งอยู่ภายในเกี้ยวอย่างสะดวกสบายโดยไม่รู้สึกถึงแรงกระแทกใด ๆ เลย
คนเหล่านี้ได้ออกจากเมืองตงหลิวไปอย่างยิ่งใหญ่ และเมื่อรู้ว่าการร้องไห้ไม่มีประโยชน์เลยแม้แต่น้อย หลังจากที่ออกจากเมืองซูอี้ชิงก็เลยยอมแพ้
“ร้องไห้จนเสียงแหบแห้งไปหมดแล้ว มาดื่มยาบำรุงเสียงนี่สักหน่อยมา”
มู่เฉียนซีหยิบยาน้ำขวดหนึ่งออกมา จากนั้นก็ยัดเข้าไปในปากของเขาทัน ยาน้ำนี้ขมเป็นอย่างมาก พลันนั้นใบหน้ากลม ๆ ที่ยิ้มแย้มนั้นก็เปลี่ยนเป็นขมขื่นขึ้นมาทันที
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “วางใจเถอะ! ข้าไม่ขายหอรัตติกาลของพวกเจ้า