้ข้าจะไม่ฆ่าเจ้า พาคนพวกนี้ออกไปเถอะ! แต่หากพวกเจ้าต้องการที่จะยืนยันตัวตนของเด็กคนนี้ ก็สามารถเชิญข้าไปเป็นแขกของหอรัตติกาลของพวกเจ้าอย่างยิ่งใหญ่ได้ แม้ว่าข้าจะไม่ชอบเจ้าคนที่รู้แต่เรื่องฆ่าคนและยังเป็นเจ้าคนเลวที่ไม่เข้าใจความรักระหว่างชายหญิงอย่างนั้น แต่ก็ควรที่จะหาสถานที่ที่สะดวกสบายให้เด็กคนนี้ได้เติบโตอยู่ดี”
ซูอี้ชิงยังคงฟังมู่เฉียนซีด่าเขาด้วยท่าทางที่เรียบเฉย พลางถอนหายใจอย่างโล่งอกออกมาในเวลาเดียวกัน
นางไม่ได้วางแผนที่จะฆ่าพวกเขา อีกทั้งยังไม่ลงมืออย่างโหดเหี้ยมเหมือนตอนที่จัดการกับคนของสำนักหมอทมิฬเหล่านั้นอีกด้วย
แต่ทว่าการเชิญนางไปยังใจกลางหอรัตติกาล เช่นนั้นก็เหมือนกับเป็นการชักศึกเข้าบ้านไปอย่างสิ้นเชิงเลยน่ะสิ!
“อุแว้ อุแว้ อุแว้!” เจ้าพวกโง่เง่านี่ อย่าตอบรับเด็ดขาดเลยนะ!
และนักฆ่าเหล่านั้นก็ผงะไปครู่หนึ่งเช่นกัน ในฐานะนักฆ่าเรื่องที่ทำภารกิจล้มเหลวและต้องถูกฆ่านั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว ฉะนั้นพวกเขาจึงคิดไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายจะไว้ชีวิตพวกเขาเช่นนี้
“หากเป็นสายเลือดของลูกพี่ พวกเราก็ไม่ยอมให้เขาต้องไประเหเร่ร่อนอยู่ข้างนอกแน่นอน”
ความหมายนี้แปลว่ารับปากแล้ว การ