ซึ่งนางก็เอาทั้งหมดนั้นไปทำการศึกษาวิจัย แต่ทว่ากลับไม่สามารถหาเบาะแสใด ๆ ได้เลย
ดังนั้นนางจึงหยิบผลึกวิญญาณอำพันที่ผสมแก่นเลือดแล้วออกมา และศึกษาวิจัยมันต่อไป แต่ก็ยังไม่ได้ผลลัพธ์อะไรเช่นเคย
ยิ่งเป็นเช่นนี้ ความสนใจของมู่เฉียนซีก็ยิ่งมีมากขึ้นไปอีก
หากผู้นำเกาะของเกาะแห่งนี้ไม่รู้ มันก็น่าจะต้องมีคนอื่นที่รู้อีก
ลูกศิษย์ของสำนักเซิ่งหลินเหล่านั้นกำลังฝึกฝนอย่างเชื่อฟังโดยที่ไม่ไปรบกวนมู่เฉียนซีแม้แต่น้อย หากมีความสามารถที่ไม่แข็งแกร่งพอการที่จะอยู่ที่นี่คงเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก แต่โชคยังดีที่พวกเขาได้เจอกับแม่นางมู่ มิฉะนั้นพวกเขาก็ไม่แน่ใจว่าจะใช้ชีวิตอย่างน่าสังเวชมากเพียงใด
เซิ่งชงกล่าวว่า “แม่นางมู่ อันที่จริงแล้วผลึกวิญญาณอำพันชิ้นนั้นมีปัญหาอะไรกันแน่?”
“ข้าก็ยังไม่เข้าใจมันเลย ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป ถึงอย่างไรตอนนี้พวกเราก็ยังออกไปจากที่นี่ไม่ได้อยู่ดี”
มู่เฉียนซีได้บอกให้ผู้นำเกาะไปขอกำลังเสริมมา ซึ่งเขาก็ได้ไปขอมาแล้วจริง ๆ และหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วันเขาก็ไปหากองกำลังเสริมที่ดีกองหนึ่งมาจนได้
เซิ่งชงกล่าวว่า “อีกฝ่ายมีคนเป็นจำนวนมาก แม่นางมู่เจ้าจะต้องระวังตัวด้วย”
มู่เฉียนซีกล่าวตอ