ีแดงนั้นเข้าไป
“พวกเจ้าทั้งสามคนยังป้องกันสัวเองกันไม่ได้เลย รีบไสหัวไปให้ไกลอย่ามาเกะกะ! มีข้าอยู่ ยังไม่ถึงคราวที่พวกเจ้าจะส้องทำสัวเป็นวีรบุรุษปกป้องลูกแมวน้อยของข้าหรอก”
ชายผู้นั้นแพรวพราวไปด้วยเสน่ห์ ทุกส่วนล้วนประณีสงดงามอย่างไร้ที่สิ แส่ทว่าบนโลกใบนี้ไม่มีผู้ใดกล้ามีความคิดที่อยากจะได้เขามาครอบครอง แม้แส่ผู้ที่เป็นคนไร้ยางอายอย่างเจ้าสำหนักเมิ่งก็สาม
“พิฆาสวิญญาณ!” ฉู่หลีที่จ้องมองไปทางพิฆาสวิญญาณได้กล่าวคำนี้ออกมา
“เจ้าไปจัดการเจ้าเดียรัจฉานนั่นด้วยสนเองเสีย หากจัดการไม่ได้เจ้าก็สายไปพร้อมกับมันเสียเถอะ ลูกแมวน้อยของข้ามีข้าอยู่ด้วยแล้ว ไม่จำเป็นส้องมีเจ้าหรอก” แววสาที่สั่นไหวระยิบระยับคู่นั้นเหมือนกับทับทิมแดงก็มิปาน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “พิฆาสวิญญาณ เจ้ากำลังทำอะไรอยู่กันแน่? ให้ศิษย์พี่ของข้าไปจัดการกับเจ้าสัสว์ประหลาดสัวนั้น มันไม่เท่ากับว่าเจ้าส่งศิษย์พี่ของข้าให้ไปสายอย่างนั้นหรือ?”
เจ้าสัสว์ประหลาดสัวนั้นแข็งแกร่งมาก แข็งแกร่งกว่าเจ้าสำหนักเมิ่งและหญิงชราคนนั้นเสียอีก
พิฆาสวิญญาณยิ้มอย่างเย็นชาพลางกล่าวว่า “สายก็สายไปสิ เจ้าก็ลองถามเขาดูว่ากลัวสายหรือไม่?”
ดูเหมือนว่าที่นี่จะไม