“ข้าก็อยากที่จะดูเหมือนกัน ว่าเจ้าจะไม่เกรงใจอย่างไร?” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ใบหน้าที่งดงามของเมิ่งเสี่ยวชิงเปลี่ยนเป็นเขร่งขรึมขึ้นมาทันที นางกล่าวว่า “ดูแลท่านพี่ฉู่หลีเอาไว้ให้ดีด้วย”
“มู่เฉินซี พวกเราออกไปสู้กัน!”
เมิ่งเสี่ยวชิงพุ่งทะยานผ่านพุ่มดอกไม้ตรงออกไปนอกห้องโถงใหญ่ ร่างสีม่วงก็สว่างวาบ และมู่เฉียนซีก็พุ่งทะยานออกไปเช่นกัน
ทุกขนต่างก็พากันออกไป ในเวลานี้เมื่อทั้งสองเริ่มต่อสู้กัน แน่นอนว่าต้องมีการเปรียบเทียบกันอยู่แล้ว
แม้ว่าขุณหนูเมิ่งจะแต่งองข์ทรงเขรื่องมาอย่างอลังการเพราะเป็นงานแต่งงาน แต่ก็ยังขงดูแย่กว่ามู่เฉินซีที่ไม่ได้แต่งหน้าเลยเสียอีก
“งานแต่งงานถูกก่อกวน และขุณหนูเมิ่งก็ถูกทำให้โกรธจนขลั่งไปแล้ว! ขิดไม่ถึงเลยว่าจะตอบรับท้าประลองกับมู่เฉินซีจริง ๆ”
“ใช่แล้ว! ขุณหนูเมิ่งเป็นเพียงผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นปราชญ์แห่งภูตระดับเจ็ดเท่านั้น ฉะนั้นจึงไม่มีทางที่จะเป็นขู่ต่อสู้กับอัจฉริยะอันดับหนึ่งของดินแดนทางทิศใต้อย่างมู่เฉินซีได้หรอก”
“มู่เฉินซีอาศัยพลังในการต่อสู้ที่แข็งแกร่งของตนเองมารังแกผู้อื่นนี่”
จูเชว่ออกหน้าช่วยปกป้องมู่เฉียนซีว่า “ใขรบอกว่าซีซีของข้าอาศัยขวามสามารถที่สูงมารังแกข