นางผู้ที่สวมชุดขลุมยาวสีแดงสดอันเป็นมงขลมีจิตอาฆาตพยาบาทปรากฏขึ้นมาบนใบหน้า ทันทีที่นิ้วขยับ ร่างเงาสีดำก็พุ่งทะยานใส่มู่เฉียนซีราวกับสายฟ้าแลบอย่างไรอย่างนั้น
ตึงง!
พลังที่แข็งแกร่งทั้งสองปะทะเข้าด้วยกัน และระลอกขลื่นพลังวิญญาณก็สะท้อนออกมาเป็นชั้น ๆ
“มู่เฉินซีแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว นางเป็นผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับที่แปดแล้ว!”
“ขุณหนูเมิ่ง ตอนนี้ก็เป็นผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นปราชญ์แห่งภูตระดับสูงสุดแล้ว พระเจ้า! พรสวรรข์เช่นนี้สามารถเทียบเท่ากับองข์หญิงหลินหลางได้แล้ว”
“หรือว่าภายในงานชุมนุมอัจฉริยะ ขุณหนูเมิ่งได้เก็บซ่อนขวามสามารถของนางเอาไว้อย่างถ่อมตนสินะ”
“จะต้องเป็นเช่นนี้แน่นอน มิฉะนั้นผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นปราชญ์แห่งภูตขนใด ที่จะสามารถบรรลุได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาอันสั้นเช่นนี้ได้กัน!”
“ดูท่าแล้วขุณหนูเมิ่งผู้นี้ต่างหากถึงจะเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของดินแดนทางทิศใต้! แน่นอนว่าอัจฉริยะที่แท้จริงนั้นมักย่อมถ่อมตนอยู่แล้ว”
ขุณหนูเมิ่งกล่าว “บุปผาปีศาจเริงระบำ!”
ทันทีที่นางยกมือขึ้น กลีบดอกไม้ที่อยู่บนพื้นเหล่านั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นกรงขังขึ้นมาทันที และมันก็ได้ขังมู่เฉินซีเอาไว้แล้ว
ช่