ั้นจะสู้มู่หรงโช่วไม่ได้ และมู่เฉียนซีก็สามารถเอาชนะได้อย่างง่ายดาย แต่ทว่านางก็ไม่อยากที่จะประมาทเลินเล่อ อีกทั้งยังขอคำแนะนำจากท่านผู้นำสมาคมอย่างถ่อมตน
นางรู้ว่าจุดอ่อนของตนเองอยู่ตรงไหน? และพยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะชดเชยมันให้ได้
“แม่สาวน้อยมู่ เจ้านี่เป็นอัจฉริยะจริง ๆ น่ากลัวเสียยิ่งกว่าเจ้าหนูโช่วเอ๋อร์เสียอีก!”
เขามองออกว่าช่วงเวลาในการเรียนหลอมอาวุธของมู่เฉินซีนั้นสั้นมาก และถึงจะไม่เพียงพอ แต่อาศัยพลังจิตอันกล้าแกร่งและความรู้ในการหลอมอาวุธที่สั่งสมเอาไว้ จนสามารถทำถึงขนาดนี้ได้ มันก็ยอดเยี่ยมมากแล้ว
หากมีเวลาฝึกฝนนานกว่านี้ ความสำเร็จที่ได้จะต้องน่าทึ่งมากกว่านี้เป็นแน่
ผู้นำสมาคมสั่งสอนมู่เฉียนซีอย่างอดทน และแล้ววันที่ต้องไปงานแลกเปลี่ยนการหลอมอาวุธกับสุดยอดนักหลอมอาวุธของสำนักเจี้ยนเหมินก็มาถึงแล้ว
ผู้นำสมาคมกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ออกเดินทาง! ไปสำนักเจี้ยนเหมินกันเถอะ”
สิ่งที่เรียกว่าการชุมนุมแลกเปลี่ยนนั้นก็คือ การที่สมาคมนักหลอมอาวุธและยังมีสุดยอดนักหลมอาวุธของสำนักเจี้ยนเหมินเลือกลูกศิษย์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของตนเองออกมา เพื่อทำการแข่งขันหลอมอาวุธกัน
คนที่สมาคมนักหลอมอาวุธเลือ