ชอบให้ข้าเรียกเจ้ามากขนาดนั้นเลยหรือ?”
เวลานี้เส้นเลือดบนกำปั้นของมู่หรงโช่วกำลังกระตุกอย่างบ้าคลั่ง แต่มู่เฉียนซีกลับกล่าวเตือนเขาอย่างเรียบเฉยว่า “อย่าใจร้อน อย่าใจร้อน พื้นที่ของตัวเจ้าเองจะทำลายก็ไม่เป็นไรหรอก? แต่ที่นี่เป็นพื้นที่ของสมาคมการค้าเฮยอวิ๋นนะ! หากเจ้าทำลายเจ้าก็จะต้องชดใช้มันด้วยเงิน”
มู่หรงโช่วจ้องมองมู่เฉินซีด้วยความโกรธเคือง และอยากที่จะลอกหนังมู่เฉินซีผู้นี้ออกมาทั้งเป็นจริง ๆ
มู่เฉียนซีเดินไปถึงข้างกายของมู่หรงโช่วแล้วกล่าวว่า “มู่หรงโช่ว วันนี้เจ้าเดินซื้อแร่หินเป็นเพื่อนข้า เมื่อกลับไปแล้วข้าจะบอกวัตถุดิบในการหลอมขนปีกหงส์ทมิฬทั้งหมดให้แก่เจ้า ข้อตกลงนี้เป็นเช่นไร?”
เมื่อได้ยินข่าวดีอย่างการสามารถได้รับรู้วัตถุดิบทั้งหมดเช่นนี้ ผู้ที่มีความกระตืนรือร้นต่อการหลอมอาวุธอย่างมู่หรงโช่วดูเหมือนว่าจะสงบลงทันที และไม่ได้สนใจคำยั่วยุก่อนหน้านี้ที่เอาแต่เรียกว่าลูกศิษย์ของมู่เฉินซีอีกแล้ว
เพราะสำหรับเขาแล้ว การประสบความสำเร็จในทักษะหลอมอาวุธที่สูงมากขึ้นสำคัญกว่าสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น
เขากล่าวว่า “เจ้าแน่ใจว่าจะไม่โกหกข้าใช่หรือไม่?”
“แน่นอนว่าไม่มีทางอยู่แล้ว! ถึงอย่างไรข้าก็สู้เจ้าไม่ได้อยู