วันรุ่งขึ้น มู่เฉียนซีได้สอบถามถึงที่อยู่ของมู่หรงโช่ว และคนในสมาคมก็รีบพานางไปอย่างกระตือรือร้น ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่นานก็มาถึงแล้ว
“แม่นางมู่ ศิษย์พี่มู่หรงไม่ชอบให้มีคนไปรบกวนเขา เช่นนั้นข้าขอไม่เข้าไปก็แล้วกัน” ศิษย์น้องผู้นี้กล่าวอย่างนอบน้อม
“อื้ม!”
มู่เฉียนซีเดินเข้าไปข้างใน และค้นพบว่ามู่หรงโช่วไม่แม้แต่จะปิดประตูห้องเลยด้วยซ้ำ
“มู่หรงโช่ว!”
“มู่หรง…”
ประตูได้ถูกลมพัดเปิดออก มู่เฉียนซีมองไปเห็นว่ามู่หรงโช่วนอนหลับอยู่บนโต๊ะหนังสือ โดยมีรูปภาพและหนังสือต่าง ๆ ตกเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น
มู่เฉียนซีเห็นว่าสิ่งของที่วาดอยู่บนรูปภาพนั้นก็คือขนปีกหงส์ทมิฬที่นางหลอมออกมาเมื่อวานนี้ นี่เขากำลังศึกษาว่าขนปีกหงส์ทมิฬหลอมออกมาอย่างไรเช่นนั้นหรือ?
การแสดงออกของเขาเมื่อวานนี้เรียบเฉยเป็นอย่างมาก แต่กลับคาดไม่ถึงว่าเขาจะใช้ความพยายามอย่างสุดความสามารถศึกษาอยู่ที่นี่ ถึงอย่างไรก็น่าเสียดายที่ไม่อาจศึกษาวิจัยออกมาได้
ที่นางสามารถหลอมออกมาได้ นอกจากที่เคยเห็นภาพวาดที่สมบูรณ์แบบแล้ว นางยังได้รับมรดกจากผู้อาวุโสนักหลอมอาวุธท่านนั้นด้วย
พรสวรรค์ในการหลอมอาวุธของมู่หรงโช่วนั้นยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก แต่ทว่าก็ยังไม่เพี