เจ้าคะ” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
ผู้อาวุโสรู้ว่าคำพูดของตนเองนั้นไร้เหตุผลมากเกินไป หลังจากนั้นจึงกล่าวว่า “ข้าเถียงสู้เจ้าไม่ได้ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เจ้าก็ต้องลองกับข้า! ข้าไม่สนใจว่าเจ้าจะเป็นนักปรุงยาด้วยหรือไม่!”
“เช่นนั้นผู้น้อยเช่นข้าก็จะยอมลองดูสักครั้ง!” มู่เฉียนซีตอบกลับ
“น้องซีเอ๋อร์…”
มู่เฉียนซีมองไปทางเหยียนแล้วกล่าวว่า “เหยียน ข้าเป็นนักปรุงยา แต่ข้าก็ไม่เคยบอกว่า ข้าไม่ใช่นักหลอมอาวุธนะ!”
เหยียนผงะไปครู่หนึ่ง “เป็นไปไม่ได้! น้องซีเอ๋อร์เจ้าเป็นนักหลอมอาวุธหรือ?”
“ข้าเรียนมาแค่ผิวเผินเท่านั้น และข้าก็มีความสนใจในการปรุงยามากกว่า ดังนั้นจึงไม่ได้เชี่ยวชาญเท่าไรนัก”
เหยียนกล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “น้องซีเอ๋อร์ หากเจ้าเป็นนักหลอมอาวุธแล้วละก็ จะต้องผ่านการทดสอบนี้เป็นแน่ และก็รับมรดกมา หลังจากนั้น…คิ คิ คิ…”
“ถึงอย่างไรก็ให้น้องซีเอ๋อร์รับมันมาให้ได้ก่อน แล้วข้ามีข่าวดีที่จะบอกกับเจ้า!”
มู่เฉียนซีพยักหน้ากล่าว “ตกลง!”
“หากแม่นางน้อยเป็นนักหลอมอาวุธ เช่นนั้นก็ลองดูก่อนเถิด!”
“เจ้าค่ะ ท่านผู้อาวุโส!”
หากกล่าวว่าจูเชว่เป็นไม้ผุพังที่ไร้ความสามารถแล้วละก็ เช่นนั้นมู่เฉียนซีก็ต้องเป็นหยกที่ยังไม