จ้าถึงต้องกลั่นแกล้งข้าด้วย” เมิ่งเสี่ยวชิงร้องไห้ขึ้นมาอย่างน้อยอกน้อยใจ
“ข้ารู้ว่าแม่นางมู่นั้นงดงามราวนางล่มเมือง เจ้ามีชายหนุ่มที่โด่ดเด่นอยู่รอบตัวมากมาย นอกจากคุณชายฉู่แล้วยังมีคุณชายไป๋จิ่ง คุณชายชิงเสวียน อีกทั้งคุณชายจูเชว่ก็ยังให้ความสำคัญต่อเจ้ามากเป็นพิเศษอีก ข้ารู้ว่าเจ้าไม่เข้าใจความเจ็บปวดของการไม่ได้สิ่งที่ต้องการเช่นนี้ แต่เจ้าก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของข้าได้นะ! แค่นี้ข้าก็น่าสงสารมากพออยู่แล้ว” และเมิ่งเสี่ยวชิงก็ร้องไห้หนักขึ้นเรื่อย ๆ
ทันใดนั้นความดุร้ายก็ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเซี่ยโหวจือ นางกล่าวว่า “น้องเมิ่ง อย่าพูดจาไร้สาระกับนางให้มากนักเลย หากฆ่านางไปเสีย บางทีฉู่หลีอาจจะมองเห็นเจ้าก็เป็นได้”
เซี่ยโหวจือลงมือกับมู่เฉียนซี “มู่เฉินซี เจ้าคิดว่าพวกข้าจะกลัวเจ้าอย่างนั้นหรือ? อย่าคิดว่าเจ้าเป็นอันดับหนึ่งในงานชุมนุมแล้วจะวิเศษวิโสมากนักนะ น้องเมิ่งของข้าเก่งกาจมาก หากไม่ใช่เพราะฉู่หลีรับคำของน้องเมิ่งแทนเจ้า ก่อนหน้านี้คนที่พ่ายแพ้ต้องเป็นเจ้าแน่นอน”
ทันใดนั้นเซี่ยโหวจือฟาดแส้ยาวไปทางมู่เฉียนซี และมู่เฉียนซีก็หลบหลีกไปอย่างรวดเร็ว
เมิ่งเสี่ยวชิงตะโกนออกมาว่า “พวกท่านอย่าสู้กัน