ภูตพลังขั้นภูตศักดิ์สิทธิ์ได้ตั้งแต่อายุยังไม่ถึงสามสิบเช่นนี้
แม้แต่อัจฉริยะอันดับหนึ่งของแดนซวนเทียนอย่างองค์หญิงมู่หลินหลางก็ยังไม่ได้เป็นผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นภูตศักดิ์สิทธิ์เลยด้วยซ้ำ
แน่นอนว่ามีบางคนที่มีโอกาสไปถึงจุดสุงสุดในรวดเดียวได้ แต่ทว่าคนเช่นนั้นก็ไม่มีทางที่จะเข้าร่วมงานชุมนุมเล็กน้อยเท่านี้หรอก
“แน่นอนว่าไม่ใช่อยู่แล้ว!” ท่านผู้อาวุโสตอบกลับ
แต่ทว่าพวกเขารู้สึกสงสารเหล่าอัจฉริยะที่เข้าร่วมการชุมนุมครั้งนี้เล็กน้อย เพราะคาดว่าน่าจะต้องโดนทุบตายเป็นแน่
หลังจากที่ทดสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เพียงแค่รอให้งานชุมนุมเริ่มขึ้นก็พอแล้ว มู่เฉียนซีกล่าวว่า “กลับกันเถอะ!”
“อื้ม!”
ในตอนที่พวกเขากำลังจะลงจากเขา ก็มีร่างสองร่างที่สามารถพุ่งทะยานผ่านมาอย่างกะทันหัน
“เป็นพวกเจ้านี่เอง ที่มารังแกน้องชายของข้า”
ผู้นำมาก็คือชายที่สวมชุดคลุมที่ผ้าปักดิ้นสีทองคนหนึ่ง และตอนนี้คนกลุ่มหนึ่งก็จ้องมองไปที่พวกของมู่เฉียนซีด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง
“น้องชายของเจ้าเป็นผู้ใดกัน?” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา
“พี่ใหญ่ เป็นพวกเขา!” ในเวลานี้ มีใครบางคนวิ่งเข้ามาอย่างกระหืดกระหอบ นั่นไม่ใช่คนที่ถูกลิงหนานหลิงขโมยป้ายหยกไปอย่างนั้นหรือ
“ผู้ที่รังแกน้องชายของเจ้าไม่ใช่พวกข้า แต่เป็นลิงหนานหลิงที่อยู่บนเขาหนานหลิงโน้น หากเจ้าต้องการที่จะแก้แค้นให้น้องชายแล้วละก็ เจ้าก็ไปหาพวกมันเถิด!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างหยอกล้