ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าไปร่วมการต่อสู้ที่ไร้ความหมายเช่นนี้หรอก”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ศิษย์พี่ชอบคนแข็งแกร่ง ชอบที่จะฝึกฝน แต่กลับไม่เข้าร่วมการต่อสู้ เป็นเพราะข้ารบกวนศิษย์พี่หรือไม่?”
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ชอบเอาเสียเลย แต่ทว่าการต่อสู้ที่อยู่รอบกายนางนั้นอันตราย ฉะนั้นจะขาดเขาไม่ได้
“หากเป็นศิษย์น้องแล้วละก็ ข้าไม่มีทางรู้สึกว่าถูกรบกวนหรอก แต่ทว่าศิษย์น้องพูดผิดแล้ว เรื่องการฝึกฝนนั้นข้าก็ไม่ชอบมันเช่นกัน” ฉู่หลีกล่าวพลางส่ายหน้า
“ศิษย์ที่รัก อย่าไปสนใจเขาเลย ดอกเยว่เซิงนั่นฟื้นฟูแล้วใช่หรือไม่!” นิรันดร์กล่าวพลางเดินออกมา
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อื้ม! ฟื้นฟูเรียบร้อยแล้ว”
นิรันดร์จึงกล่าวต่อ “ในเมื่อศิษย์ที่รักต้องการที่จะเชือดไก่ให้ลิงดู เช่นนั้นเราก็เล่นใหญ่ขึ้นอีกสักหน่อยก็แล้วกัน ทำให้คนทั่วทั้งราชวงศ์ตงหวงได้รู้ว่า หอหมอปีศาจของศิษย์ที่รักของข้าไม่ใช่ที่ที่จะปล่อยให้ผู้ใดมารังแกได้ตามอำเภอใจเช่นนี้”
“หอหมอปีศาจมีนักปรุงยาขั้นเทวะอยู่ทั้งคน แม้กองกำลังระดับห้าคิดที่จะมาโจมตีก็ยังจำเป็นต้องช่างน้ำหนักให้ดีเลย น่าเสียดายที่แดนซวนเทียนเป็นได้สูงสุดแค่นักปรุงยาขั้นเทวะเท่านั้น มิเช่นนั้นข้าคิดที่จะเคลื่อนไหวให้ศิษย์ที่รักอย่างยิ่งใหญ่กว่านี้เสียอีก”
“นิรันดร์ เจ้าต้องหลอมยาให้โม่ซวนได้แล้ว” มู่เฉียนซีกล่าวขึ้นมาอย่างตื่นเต้น
“อื้ม! ไปกับข้าเถอะ!” นิรันดร์ดึงมู่เฉียนซีพุ่งทะยานขึ้นไป