” จูเชว่กล่าวด้วยความโศกเศร้า
“ข้ามีนามว่ามู่เฉียนซี ไม่ได้มีนามว่ามู่เฉินซี ส่วนเหตุผลที่ข้าเปลี่ยนนาม นั่นก็เป็นเพราะข้าต้องการฝึกฝนในแดนซวนเทียนด้วยความสงบไปก่อนสักระยะ พวกเจ้าก็เห็นแล้วว่าเป่ยกงจั๋วต้องการจับตัวข้า ไม่เพียงแค่นั้น คู่หมั้นของเขาอย่างมู่หลินหลางก็ต้องการกำจัดข้า หากนามที่แท้จริงและข่าวคราวของข้าไปถึงหูพวกเขา ข้าคงมีชีวิตที่สงบสุขต่อไปไม่ได้” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
จูเชว่กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ซีซีเป็นผู้บำเพ็ญภูตพลังธาตุวิญญาณสามธาตุ หากมู่หลินหลางจะจัดการเจ้าด้วยความหึงหวงก็เป็นเรื่องที่ธรรมดามาก เป่ยกงจั๋วจิตใจสกปรก คิดเพ้อฝันว่าต้องการซีซีไปเป็นชายา รนหาที่ตายชัด ๆ”
“แต่ข้ารู้สึกประหลาดใจมากว่าคนผู้นั้นเป็นใคร?” จูเชว่เอ่ยถาม
จูเชว่สัมผัสได้ว่าคนที่ทำให้ซีซียอมเสี่ยงอันตรายช่วยชีวิตนั้นจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน แล้วคนผู้นั้นมีความสัมพันธ์อันใดกับองค์รัชทายาทเป่ยกงกันแน่?
หรือจะเป็นคนมากบุคลิก หรือยังมีเหตุผลอื่นอยู่อีก
มู่เฉียนซีกล่าว “เขาคือกู้ไป๋อี เป็นหนึ่งในคนที่สำคัญกับข้ามาก ๆ คนหนึ่ง ในตอนที่ปะทะกับเป่ยกงจั๋วในครั้งแรก เดิมทีก็ใกล้จะจัดการเจ้านั่นได้แล้ว แต่เขากลับใช้วิชาลับยึดร่างเสี่ยวไป๋ไป! ร่างนั้นไม่ใช่ของเป่ยกงจั๋ว”
“ร่างของเป่ยกงจั๋ว อยู่ที่นี่!” มู่เฉียนซีนำร่างของเป่ยกงจั๋วที่นางนำไปวางไว้ในมิติมาโดยตลอดออกมา ร่างของเขาถูกแช่อย