ายดายไม่แพ้กัน!
นิรันดร์กล่าว “ไม่ได้เห็นเด็กน้อยที่หน้าตาสะสวยมาหลายวันแล้ว ข้าก็เลยหงุดหงิด ฝีมือของข้าคงจะลดลง ถึงแม้รสชาติที่ปรุงยาออกมาจะแย่ แต่ผลลัพธ์ของมันก็ยอดเยี่ยมเป็นที่หนึ่ง ศิษย์ที่รัก เจ้าอย่าได้รังเกียจยาเม็ดนี้เลย”
มู่เฉียนซีรู้ตัวเองเป็นอย่างดี ว่าการกระทำของนางในครั้งนี้ดื้อรั้นเอาแต่ใจเกินไป นางเสี่ยงอันตรายไม่สนสิ่งใดทั้งสิ้น ทำให้พวกเขาต้องเป็นห่วง การที่นิรันดร์จะโกรธก็ใช่ว่าไร้เหตุผล
“ข้าจะกิน ข้าเป็นถึงหมอปีศาจ มีหรือจะกลัวยารสขม? นิรันดร์ เจ้าประเมินข้าต่ำเกินไปแล้ว” มู่เฉียนซีถอนหายใจแล้วกล่าว
ฉู่หลีเองก็ได้มาตรวจอาการศิษย์น้องของเขาเช่นกัน เขากล่าว “ศิษย์น้อง ข้าไม่ได้โกรธ ข้าเพียงแค่โกรธตัวเองเท่านั้น หากพลังของข้าแข็งแกร่งกว่านี้…”
“ศิษย์พี่ยังกล้าพูดอีกหรือ อยู่ ๆ พลังของท่านก็แข็งแกร่งขึ้น มันเกิดไรขึ้นกันแน่? มาให้ข้าดูสักหน่อย” มู่เฉียนซีหวนนึกถึงวันที่พลังของฉู่หลีจู่ ๆ ก็ระเบิดขึ้นมา การที่อยู่ ๆ พลังก็เพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นนั้นจะไปรับได้ได้อย่างไร
ครั้นมู่เฉียนซีกำลังจะลุกขึ้นนั่ง นางก็รู้สึกวิงเวียนศีรษะหน้ามืดเล็กน้อย เนื่องจากสลบไปเป็นเวลานาน ทันใดนั้นก็มีสายลมมากดตัวให้นางเอนกายลง นิรันดร์ทอดมองไปยังมู่เฉียนซีแล้วกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ศิษย์ที่รัก มีอาจารย์อยู่! เขามีปัญหาเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นี้ อาจารย์จัดการได้ นี่เจ้าไม่เชื่อข้าเล