้างหน้ามีคนอยู่ จงเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้อยู่ตลอดเวลา”
“ขอรับ!”
พลังจิตวิญญาณของเป่ยกงจั๋วไม่แข็งแกร่งเท่ามู่เฉียนซี ฉะนั้นเขาจึงสัมผัสถึงพวกเขาได้ก็ต่อเมื่อเข้ามาใกล้แล้ว
“มีคน เป็นกองกำลังกองหนึ่ง ความสามารถแข็งแกร่งมาก” เป่ยกงจั๋วกล่าวอย่างเคร่งขรึม
เขาประหลาดใจเล็กน้อย นั่นจะใช่มู่เฉียนซีหรือไม่นะ?
แต่ทว่าด้วยความสามารถของมู่เฉียนซีไม่มีทางที่จะมียอดฝีมือไว้ในครอบครองมากมายถึงเพียงนี้ได้หรอก หรือบางทีนางอาจจะหามู่เฟิงอวิ๋นเจอแล้วอย่างนั้นหรือ?
ทว่ามู่เฟิงอวิ๋นไม่ใช่มู่เฟิงอวิ๋นคนก่อนหน้านี้อีกแล้ว และเขาก็ไม่มีความสามารถนี้เช่นกัน!
คอยสังเกตการณ์ไปก่อนก็แล้วกัน!
หากเป็นมู่เฉียนซี ด้วยพลังจิตวิญญาณของนางน่าจะค้นพบเขาเรียบร้อยแล้ว แต่ทว่าตอนนี้อีกฝ่ายยังไม่หลีกทางไปเลย
เป่ยกงจั๋วครุ่นคิดอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และไม่นานทั้งสองกลุ่มก็มาเผชิญหน้ากัน
ชายที่สวมชุดสีแดงราวกับเปลวเพลิงเหลือบมองไปที่เป่ยกงจั๋วแล้วกล่าวทักทายว่า “โอ้! เป็นองค์รัชทายาทเป่ยกงจริง ๆ ด้วย! พวกท่านระดมพลมายังเขตสัตว์ร้ายของราชวงศ์ตงหวงเช่นนี้ หรือว่าจะค้นพบสมบัติอะไรบางอย่างแล้วอย่างนั้นหรือ? เช่นนั้นจะแบ่งมาให้ข้าสักหน่อยได้หรือไม่?”
นี่เป็นครั้งแรก