ินแดนทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างแน่นอน
การคว้าอันดับหนึ่งมาพร้อมกับหลินเลี่ยก็ไม่ได้มีความแตกต่างอันใดมากนัก
มู่เฉียนซีกล่าว “ได้!”
“อืม!” หลินเลี่ยพยักหน้า
การประชุมแลกเปลี่ยนของผู้มากฝีมือในดินแดนทางทิศตะวันออกเฉียงใต้กำลังจะสิ้นสุดลงในอีกไม่ช้า เกรงว่าผู้ที่มาเข้าชมการประลองในครานี้จะสามารถจดจำชื่อ ๆ หนึ่งได้เป็นอย่างดี นั่นก็คือ มู่เฉินซี
ขณะที่มู่เฉียนซีกำลังจะเดินลงมาจากแท่นการประลองนั้น อยู่ ๆ ศิษย์พี่เยว่จากสำนักหลินเยว่ก็ได้กล่าวขึ้น “แม่นางมู่ ช้าก่อน…”
มู่เฉียนซีกล่าว “มีธุระอันใดหรือ?”
ศิษย์พี่เยว่มองดูพิจารณามู่เฉียนซีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า นางนึกไม่ออกจริง ๆ ว่าเหตุใดมู่เฉินซีจึงยังมีท่าทีปกติดีได้
“ศักยภาพของแม่นางมู่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ แต่กลับเป็นศิษย์ไร้สำนัก สำนักหลินเยว่ของข้าก็อยากจะผูกมิตรกับเจ้า เจ้าจะว่าอย่างไร?”
ผู้คนที่อยู่รอบข้างต่างก็เงียบสงบลงในทันที เรื่องที่สำนักหลินเยว่ชักชวนสตรีที่มีศักยภาพยอดเยี่ยมมาเป็นศิษย์ในสำนักเป็นเรื่องที่มีมานมนานแล้ว และมีคนจำนวนไม่น้อยที่ชื่นชมในชื่อเสียงของสำนักและรับคำเชิญไปแต่โดยดี การที่พวกนางจะสนใจในตัวมู่เฉินซีจึงเป็นเรื่องปกติ