่ค่อยสนใจเท่าไร”
ทั้งสองได้เดินขึ้นไปนั่งบนอัฒจันทร์อีกครา แน่นอนว่าการประชุมแลกเปลี่ยนของผู้มากฝีมือในวันนี้ จะต้องเป็นการประลองอันแสนดุเดือดของกลุ่มศิษย์แนวหน้าของดินแดนทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
การประลองในช่วงแรกเริ่มเป็นการประลองของศิษย์รุ่นแรกของสำนัก แน่นอนว่านี่เป็นเพียงอาหารเรียกน้ำย่อยเท่านั้น
ร่างสีดำได้วาบขึ้นไปบนแท่นประลองอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าก็มิปาน ทุก ๆ คนต่างก็วิพากษ์วิจารณ์ขึ้นในทันที
“ศิษย์เอกจากห้าสำนักใหญ่ ในที่สุดก็ได้ออกมาแสดงฝีมือเสียที นั่นคือเหลยหลินจากสำนักเหลยถิงนี่”
การประชุมแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ แม้ศิษย์เอกจากห้าสำนักใหญ่จะไม่เคยออกมาแสดงฝีมือเลยสักครั้ง ทว่าก็ไม่มีผู้ใดดูแคลนศักยภาพของพวกเขาแม้แต่น้อย
ขณะนั้นเองสายตาของเหลยหลินก็ได้จับจ้องไปยังคุณชายไป๋เจ๋อที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ เขากล่าว “แม่นางมู่ ข้าได้ชนะศิษย์จากสำนักต่าง ๆ มาสี่สำนักแล้ว ข้ารู้สึกสนใจในตัวเจ้าขึ้นมานิดหน่อย เรามาประลองกันสักหน่อยเป็นอย่างไร?”
“ไม่มีปัญหา!” มู่เฉียนซีรับคำท้าโดยไม่ลังเลแต่อย่างใด ร่างสีม่วงทะยานขึ้นไปกลางอากาศอย่างรวดเร็ว แล้วจรดปลายเท้าลงบนแท่นประลองอย่างสง่างาม
“เริ่มได้เลย!” น