ตี้กล่าว “สองคนนั่นช่างน่าเบื่อจริง ๆ ไม่เห็นหรือว่านายท่านกำลังยุ่งอยู่? แต่พวกเขากลับหันมาตีกันเอง”
แน่นอนว่าถึงแม้จิ่วเยี่ยและนิรันดร์จะกำลังปะทะกันอยู่ ทว่าพวกเขาก็ไม่ได้ละเลยที่จะสังเกตสถานการณ์ของมู่เฉียนซีแต่อย่างใด
ครืน ครืน!
มู่เฉียนซีและพวกพ้องของนางทั้งสามก็ได้ร่วมมือกันต่อสู้กับบรรดารูปแกะสลัก กว่าจะสามารถทำให้รูปแกะสลักเหล่านี้หมดหนทางฟื้นคืนได้ ก็ทำเอาพวกนางสูญเสียพลังเกือบทั้งหมดไป
ครืน ครืน!
ทันใดนั้นพื้นใต้เท้าของมู่เฉียนซีก็เริ่มสั่นไหว ไม่นานนักนางก็ร่วงตกลงไปเบื้องล่าง
“ซี!”
“ศิษย์ที่รัก!”
ทั้งสองหยุดการปะทะกันในทันที แล้วรีบพุ่งไปหามู่เฉียนซีด้วยความรวดเร็ว
มู่เฉียนซีค่อย ๆ ร่อนลงจากกลางอากาศ นางพบว่าเบื้องล่างมีดวงไฟสีเงินขนาดใหญ่หนึ่งดวง
ครั้นเข้าไปใกล้ มู่เฉียนซีก็พบว่านั่นไม่ใช่ดวงไฟ แต่เป็นแผ่นหินแผ่นหนึ่ง…
ยิ่งเข้าใกล้มู่เฉียนซีก็พบว่า สิ่งที่นางเห็นไม่ใช่ก้อนหิน ทว่าเป็นวัตถุทรงรีผิวเรียบเปล่งแสงชิ้นหนึ่ง มันคล้ายกับ…ทันใดนั้นนิรันดร์ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นข้างกายมู่เฉียนซีแล้วกล่าว “นี่มันเกล็ดมังกรนี่นา มันน่าจะเป็นเกล็ดมังกรของมังกรศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงสว่าง นี่เป็นส่วนหนึ่ง