กผ่อนก่อนดีกว่า!”
นิรันดร์จะกลับไปพักผ่อนในมิติพันธสัญญาแต่โดยดีแล้ว การที่เขาสงบเสงี่ยมเจียมตัวเช่นนี้เป็นอะไรที่มู่เฉียนซีคาดไม่ถึงเลยจริง ๆ
ผลปรากฏว่าก่อนที่เขาจะหายวับไป นิรันดร์ก็ได้กล่าวยั่วยุหวงจิ่วเยี่ยทิ้งท้าย “ถึงแม้ข้าจะไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าศิษย์ที่รัก แต่ข้าก็จะคอยเฝ้าอยู่ในที่ใกล้ ๆ ศิษย์ที่รัก ไหนเลยจะเหมือนเจ้า ต้องข้ามผ่านมากี่โลกแล้วก็ไม่รู้”
มิติพันธสัญญาของมู่เฉียนซีล้วนอยู่ห่างจากตัวมู่เฉียนซีไม่ไกลทั้งนั้น
จิ่วเยี่ยที่ถูกนิรันดร์พูดจายั่วยุก็ยังคงมีสีหน้าเฉยชาเช่นเคย ทว่าอ้อมแขนของเขาที่ยังคงกอดมู่เฉียนซีอยู่นั้นกลับแน่นขึ้น และแน่นขึ้นกว่าเดิม เขากล่าว “ซี พวกเรารีบไปกันเถอะ!”
มู่เฉียนซีที่เพิ่งออกเดินทางได้ไม่นานก็รู้สึกว่าตนเองได้ลืมบางสิ่งบางอย่างไป นางจึงรีบบอกกล่าวกับผู้ดำเนินการประมูล “สหายของข้ายังอยู่ที่โรงเตี๊ยม หากเขาจะออกเดินทางก็ช่วยดูแลความปลอดภัยให้เขาด้วย แล้วฝากบอกเขาด้วยว่าข้ามีธุระที่ต้องไปจัดการ!”
นางลืมชิงเสวียนไปแล้ว!
จิ่วเยี่ยกอดมู่เฉียนซีไว้แน่นมาตลอดทาง มู่เฉียนซีกล่าว “จิ่วเยี่ย เป็นอะไรไป?”
จิ่วเยี่ยกล่าว “ข้าคิดมากและหึงหวงเจ้าอีกด้วย”
ไม่ว่าจะ